การปลูกพริกปลอดสาร

พริก หนึ่งในเครื่องชูรสชาติเผ็ดมีแบบ เผ็ดมาก เผ็ดปานกลาง เผ็ดน้อยๆ กำลังแสบแซบลิ้น ผสานกลิ่นไอร้อน ซาบซ่าจนน้ำตารินช่าง ดึงรสชาติของอาหารให้เด่นชัดขึ้นอย่างน่าพิศมัย สีสันก็สวยสดทั้งเขียวแดงส้มจะใส่ในมื้ออาหารในไหนก็ถูกใจนักชิมกันถ้วนทั่ว เมื่อผู้คนนิยมบริโภคพริกก็ย่อมส่งผลให้ตลาดต้องการมากขึ้นราคาจำหน่ายหน้าสวนจึงสูงขึ้นจนตาลุกวาว โดยเฉพาะในช่วงปีใหม่ ​

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าพริกถูกนำมาปลูกกันทั่วประเทศ โดยเฉพาะ การปลูกพริกอินทรีย์หรือ พริกปลอดสารเคมี ก็จะทำให้ขายง่ายมาก โดยจะมีพ่อค้าเข้ามารับถึงสวนกันเลยทีเดียว แตก็ใช่ว่าทุกพื้นที่จะปลูกพริกได้มาดูวิธการปลูกที่ถูกต้องเป็นเลยครับ

การปลูกพริกปลอดสาร

พริกชี้ฟ้า

                        พริกชี้ฟ้าหรือชื่อวิทยาศาสตร์  var. acuminatum  fingerh.  จัดอยู่ในวงศ์มะเขือ  มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ ว่า  พริกเดือยไก่  พริกหนุ่ม  พริกหลวง( ภาคเหนือ )  พริกแล้ง( เชียงใหม่ )  พริกมัน  พริกเหลือง( กรุงเทพฯ )  เป็นต้น  มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้  ถูกนำเข้ามาปลูกและขยายพันธุ์เพื่อเก็บผลขายในประเทศแต่โบราณแล้ว โดยจัดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก มีอายุประมาณ  1 – 3  ปี  มีความสูงได้ประมาณ  0.3  ถึง  1.2  เมตร  ลำต้นเปราะหักง่ายแตกกิ่งก้านเป็นพุ่ม  เปลือกลำต้นเรียบเป็นสีน้ำตาลกิ่งอ่อนเป็นเหลี่ยม.
                      ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด  ปลูกกลางแจ้งจะดีเพราะน้ำไม่ท่วมเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนระบายน้ำดีหรือปลูกบนดินรังปลวกก็จะมีอายุอยู่ได้นาน  พบได้ทุกภาคในประเทศไทยแต่พบได้มากทางภาคเหนือและกรุงเทพฯ
การปลูกพริกปลอดสาร

วิธี การปลูกพริกชี้ฟ้าปลอดสาร

การเตรียมดิน ปลูกพริกชี้ฟ้า

  1.  การเตรียมแปลงเพาะ  ขุดดินให้ลึกประมาณ  10  ถึง  20  เซนติเมตร  ตากดินทิ้งไว้  5 – 7  วันโรยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักให้มากๆ  คลุกเคล้าให้ทั่วแล้วจึงย่อยพรวนดินให้สะอาด
  2.  การเตรียมแปลงปลูกพริกชี้ฟ้า  ขุดไถดินลึกประมาณ  20  ถึง  30  เซนติเมตรตากดินไว้  7 – 10  วัน  ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวดี  ถ้าดินมีความเป็นกรดเป็นด่างสูงควรใส่ปูนขาวเพื่อช่วยลดความเป็นกรดของดินจากนั้นก็ทำการคลุกเคล้าและย่อยรวมดินให้มีขนาดเล็กลงหลังจากใส่ปูนขาวแล้ว  10  ถึง  20  วัน  จึงปลูกพริกได้
  3. การเพาะกล้าพริกชี้ฟ้า  หลังจากเตรียมแปลงเพาะกล้าแล้ว  ให้หว่านเมล็ดพริกให้กระจายทั่วแปลงหรืออาจจะใช้ทำเป็นแถวห่างกันแถวละ 15 เซนติเมตร  รดน้ำให้ชุ่มแล้วคลุมด้วยฟางแห้งหรือหญ้าแห้งบางๆ หลังจากต้นกล้างอกได้  10  ถึง 20 วัน  ให้ถอนแยกร่างที่ไม่สมบูรณ์ออก
 

การปลูก

                 ระยะปลูกที่เหมาะสมสำหรับพริกชี้ฟ้า  ซึ่งมีทรงพุ่มใหญ่ควรให้ระยะระหว่างต้นพริก  50 เซนติเมตร  และ  ระยะระหว่างแถว  100  เซนติเมตร  หลังจากเตรียมแปลงปลูกแล้วและต้นกล้าได้ขนาดนี้แล้วก็ทำการปลูกได้
                 ต้นกล้าพริกที่ย้ายปลูกควรเป็นต้นกล้าที่แข็งแรง  มีอายุประมาณ  30 – 40 วัน  สูงประมาณ 10  ถึง  15  เซนติเมตร   การถอนกล้าควรมีดินติดรากมากที่สุดและทำอย่างระมัดระวัง  ต้นกล้าพริกที่ย้ายมาต้องรีบปลูกทันที  การปลูกควรกดดินที่โคนต้นพริกให้แน่น  และระวังอย่าให้รากลอยจะทำให้พริกโค่นได้ง่ายเพราะพิษมีรากแผ่กระจายอยู่ใกล้ผิวดินหลังจากปลูกแล้วรดน้ำให้ชุ่มแล้วใช้ฟางแห้งหรือหญ้าแห้งคลุมดิน

การดูแลรักษา พริกชี้ฟ้าปลอดสาร

การให้ปุ๋ยพริกชี้ฟ้า

วัคซีนพืชบิ๊ก3 สูตร ผัก

มูลไก่ของชอบของชอบพริกชี้ฟ้าใส่ไว้ไม่เสียหลาย    ทำให้มีสีสันสดใสรสชาติเผ็ดกำลังดี  หากไม่มีให้ใส่ปุ๋ยสูตร 15 – 15 – 15  หรือ 14 – 14 – 21  อัตรา  50  ถึง  100  กิโลกรัมต่อไร่  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดิน  โดยแบ่งใส่เป็น  2  ครั้งครั้งที่  1  ใส่ตอนปลูกแบบรองพื้น  ควรปลูกลงดินและใส่ครั้งที่  2  อีกครั้งหนึ่งเมื่อพริกอายุได้  30  วัน  โดยใส่  2  กำมือต่อต้น  หลังย้ายปลูกแบบโดยข้างต้นและส่วนกลบ 

การให้น้ำพริกชี้ฟ้า

              ควรให้เพียงพออย่างสม่ำเสมอ  อย่าให้แฉะเกินไป  การให้น้ำควรให้ทุกวันหลังจากปลูกจนต้นกล้าพริกตั้งตัวได้ ประมาณ  5 – 6  สัปดาห์  หลังจากนี้แล้วจึงค่อยลดปริมาณลง  ซึ่งอาจจะลด  1 วัน หยุด  2  วัน ก็ได้  ทั้งนี้ต้องดูสภาพความชื้นของดินเป็นหลักด้วย  

การป้องกันและกำจัดศัตรูพืช

        ควรพรวนดินและกำจัดวัชพืชในระยะหลังจากต้นพริกตั้งตัวได้เพราะช่วยทำให้ดินมีการระบายน้ำและอากาศดีขึ้น  ช่วยไม่ให้วัชพืชแย่งน้ำและอาหารจากพืชได้  ฉีดพ่นน้ำหมักชีวภาพ หรือ  วัคซีนพืช big สูตรสำหรับผัก ทุก 10 – 15 วันต่อครั้ง จะช่วยบำรุงเสริมและป้องกัน ป้องกัน  เพลี้ยแปงและโรคที่เกิดจากเชื้อรา เช่น  โรคแอนแทรกโนส หรือ กุ้งแห้งในพริก

โรคแอนแทรคโนส
โรคแอนแทรคโนส

การเก็บเกี่ยว พริกชี้ฟ้า

                อายุการเก็บเกี่ยวครั้งแรกของพริกชี้ฟ้าประมาณ  70  ถึง  95  วัน  ขึ้นไปหลังจากย้ายปลูกผลผลิตในระยะแรกจะน้อย  แต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่จะลดลงอีกครั้งเมื่อต้นเริ่มแก่  การเก็บควรเก็บทุกๆ  7  วัน  ใช้วิธีเด็ดทีละผลโดยใช้เล็บจิกตรงรอยก้านผลต่อกับสิ่งซึ่งพริกจะให้ผลผลิตถึง  6 – 7  เดือน
 
 
 
  

พริกขี้หนู

               พริกขี้หนูหรือชื่อวิทยาศาสตร์  Capasicum flutescens Linn.  เป็นไม้พุ่มเตี้ยต้นมีความสูงประมาณ  60  cm  ใบแบนเรียบเป็นมัน  ปลายใบแหลม  มีดอกสีขาว  ผลมีลักษณะกลมยาวปลายแหลมชี้ฟ้า  ซึ่งจะต่างจากพริกชี้ฟ้าตรงที่ผลจะชี้ลงดิน  ส่วนขนาดผลยาวประมาณ  2 – 3  เซนติเมตร ผลดิบมีสีเขียวผลแก่จะมี  สีส้ม  สีแดง  และสีแดงแก่  หรือ  เหลืองและ ในแต่ละผลจะมีเมล็ดเรียงรายอยู่จำนวนมาก
                 ยอดอ่อนของพริกขี้หนูนำมาลวกเป็นผักแกล้มน้ำพริกได้  หรือนำไปปรุงอาหารประเภท  แกงจืด  แกงเลียง  และมีสรรพคุณทางยาช่วยขับลมขับปัสสาวะ  พริกขี้หนูมีขั้นตอนการปลูกดังนี้….
การปลูกพริกขี้หนูปลอดสาร

วิธี การปลูกพริกขี้หนูปลอดสาร

ระยะปลูก

                ระยะปลูกที่เหมาะสมกับพริกขี้หนูที่มีพุ่มใหญ่ควรใช้ระยะระหว่างต้น 50 เซนติเมตรและระยะระหว่างแถว 100 เซนติเมตร

การเตรียมดิน

               สำหรับแปลงเพาะ  ให้ทำเป็นแปลงๆ  ขุดดินให้ลึกประมาณ  10  ถึง  20  เซนติเมตร  ตากดินไว้ให้แห้งประมาณ  5 – 7  วัน  จากนั้น   โรยปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมักให้มากคลุกเคล้าให้ทั่ว  ย่อยดินให้ละเอียด  และสำหรับการเตรียมแปลงปลูกพริกขี้หนู  ให้ขุดดินลึกประมาณ  20  ถึง  30  เซนติเมตร  ตากดินไว้ให้แห้ง  7 – 10  วัน  แล้ว  ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวดีแล้วในอัตรา  2 – 3 ตันต่อไร่

   

การเตรียมกล้า

                     หลังจากเตรียมแปลงเพาะกล้าแล้ว  ให้หว่านเมล็ดพริกให้กระจายทั่วแปลง  หรืออาจจะทำเป็นแถวห่างกันแถวละ  15  cm  ทำร่องลึกประมาณ  1  เซนติเมตร  แล้วโรยเมล็ดลงในร่อง  จากนั้น  หวานกบด้วยปุ๋ยคอกปุ๋ยหมัก  หรือดินละเอียดหนาประมาณ  0.5  ถึง  1.0  เซนติเมตร  รดน้ำให้ชุ่ม  แล้วคลุมด้วยฟางแห้ง  หรือหน้าแห้งเบาๆ  หลังจากต้นกล้างอกได้  15 – 20  วัน  ให้ถอนแยกต้นกล้าที่ไม่สมบูรณ์  หรือต้นที่อ่อนแอออก  พร้อมกันนี้พยายามจะระยะกล้าให้ห่างกันประมาณ 10 cm และย้ายปลูกเมื่ออายุ  30 – 40  วัน

   
การปลูกพริกขี้หนู

การปลูก

                  เมื่อเตรียมแปลงปลูกแล้ว  ให้นำต้นกล้าพริกที่ได้ขนาดดีแล้วมาทำการปลูก  ได้ต้นกล้าที่ย้ายมาปลูกควรเป็นต้นกล้าที่แข็งแรงสูงประมาณ  10  ถึง  15  cm  ซึ่งการถอนกล้าควรให้มีดินติดรากมากที่สุดและทำอย่างระมัดระวัง  และเมื่อถอนกล้ามาแล้วให้รีบลุกทันที  โดยกดบินที่โคนต้นพริกให้แน่น  ระวังอย่าให้ลาภลอยเพราะจะทำให้พริกโค่นล้มง่ายหลังจากปลูกและรดน้ำให้ชุ่ม และควรทำเพิงบังแดดอย่าให้ต้นกล้าโดนแดดจัดระยะเริ่ม้้ายปลูกใหม่ๆ  เพราะจะทำให้โตช้าหรือเฉาตายได้  

วิธี การดูแลพริกขี้หนู

การให้น้ำ

                ควรให้น้ำอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอ  แต่อย่ารดน้ำให้แฉะเกินไป  การให้น้ำควรให้ทุกวันหลังจากปลูกต้นกล้าได้ประมาณ  5 – 6  สัปดาห์  จากนั้นค่อยลดปริมาณน้ำลงซึ่งอาจจะ รด  1  วันหยุด  2  วัน  ก็ได้  ทั้งนี้ต้องดูสภาพความชื้นของดินด้วยและอยากให้แฉะหรือแห้งเกินไปเพราะจะทำให้พี่ชะงักการเจริญเติบโตได้

การให้ปุ๋ย

             ให้บำรุงพริกด้วยการใส่ปุ๋ยอินทรีย์  หรือหมักชีวภาพเมื่อต้นพริกมีอายุได้  20  วัน ใส่ประมาณ  1 – 2  กำมือต่อต้น

การป้องกันและกำจัดศัตรูพืช

             ฉีดพ่นน้ำหมักชีวภาพ หรือ  วัคซีนพืช big สูตรสำหรับผัก ทุก 10 – 15 วันต่อครั้ง จะช่วยบำรุงเสริมและป้องกัน  เพลี้ยแป้ง  โรคพืชหรือศัตรูพืชเช่นเชื้อราที่เป็นสาเหตุของ โรคแอนแทรคโนส หรือ โรคกุ้งแห้งในพริกได้ดี  

การเก็บเกี่ยว

              พริกเป็นพืชที่มีอายุยืน  และปลูกได้ผลดีตลอดปี  ซึ่งอายุจากวันงอกจนถึงวันเก็บเกี่ยวผลพริกสดครั้งแรก  เมื่อมีอายุได้ประมาณ  65  ถึง  90  วัน  แต่ในช่วงนี้ผลผลิตจะน้อยจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และจะเริ่มลดลงอีกครั้ง  ตอนที่ต้นเริ่มแก่การเก็บเกี่ยวควรเก็บ ทุก  7  วันครั้ง  โดยใช้วิธีเด็ดห*ละผล  โดยใช้เล็บจิกตรงรอยก้านผลต่อกับกิ่ง  ซึ่งพริกจะได้ผลผลิตนาน  6  เดือน หรืออาจเป็นปี  จนกว่าต้นจะเหี่ยวโทรมตาย  

วัคซีนพืชบิ๊ก กับ พริก

* สั่งซื้อสินค้าหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Line@Bighealthyplant // 091-865-8321

Call Now Button
ติดต่อ เจ้าหน้าที่