เพิ่มเพื่อน
เมษายน 7, 2016 พืชเศรษฐกิจ

พืชเศรษฐกิจ ยุคนี้ จะให้ดีต้องทนแล้ง…!

พืชเศรษฐกิจ  คือ พืชอะไรบ้าง…?

พืชเศรษฐกิจ …..ในอดีตยางพารามีราคาสูงถึง  120  บาท/กก. ทำให้เกษตรกรที่ปลูกช่วงนั้นมีชีวิตที่ดีขึ้น   จนถึงขั้นฐานะเศรษฐีจำนวนมาก  โดยเฉพาะภาคใต้  และกระแสยางในช่วงนั้นได้เกิดกระแสฟีเวอร์ทั่วประเทศ  โดยเกษตรกรทั่วประเทศได้หันมาปลูกยางพารากันอย่างจริงจังทั่วประเทศ   ราคาที่สูงในอดีตเกิดจากยางผลิตส่งออกไปประเทศใหญ่ๆ  เช่น จีนได้  และมีไทย มาเล  อินโดเท่านั้นที่เป็นแหล่งผลิตรายใหญ่  แต่ปัจจุบัน  จีนได้ผลิตยางพาราเองได้  โดยปลูกในจีนเอง  และประเทศเพื่อนบ้านอย่างเรา  เช่น  ลาว  พม่า  และผลผลผลิตที่ประเทศจีน  ก็มีความเพียงพอต่อการใช้งานในประเทศ  จึงทำให้สั่งยางน้อยลง  ทำให้ราคายางตกต่ำทั่วประเทศ  เฉลี่ย  3-4  กิโล  100  บาท  ซึ่งไม่พอกับต้นทุนที่ลงไป  ทำให้เกษตรกรปลูกยางเดือดร้อนทั่วประเทศ  ณ  ตอนนี้

 

เปรียบเทียบการปลูก  พืชเศรษฐกิจแต่ละตัว

– ข้าว เป็น  พืชเศษษฐกิจที่คู่ประเทศไทยมานาน  และเป็น  พืชเศรษฐกิจ  ที่คนไทยนิยมปลูกมากที่สุดในภาคอีสาน  ภาคเหนือ  ภาคกลาง  ใช้ระยะเวลาสั้นคือ  4  เดือน  แต่ผลเสียคือต้นทุนในการปลูกต่อไร่ค่อนข้างสูง  และต้องอาศัยฝนหรือระบบน้ำชลประทาน  100%  และต้องปลูกใหม่ทุกปี  เกษตรกรส่วนมากใช้เคมีในการปลูก  ทำให้เกิดผลเสียต่อเกษตรกรเอง
–  ยางพารา  ระยะเวลาในการปลูกหลายปี  ต้นทุนสูง  ตลาดรองรับมีจำกัด เพราะต่างประเทศปลูกและแปรรูปเองได้

 

พืชเศรษฐกิจ
พืชเศรษฐกิจ

–  อ้อย  เป็น  พืชเศรษฐกิจ  อีกตัวที่เกษตรกรนิยมปลูก อ้อยปลูกครั้งเดียวจะเก็บเกี่ยวได้ 3-4 ปี โดยไม่ต้องปลูกซ้ำ แต่ผลเสียคือราคาต่อตันถูกและการเก็บเกี่ยวต้องใช้แรงงานจำนวนมาก  และต้องปลูกซ้ำอีกครั้งทุก  4-5  ปี  และต้องปรับสภาพดินก่อนปลูกใหม่  ทำให้มีต้นทุนในส่วนนี้เพิ่ม
–  มันสำปะหลัง  เป็น  พืชเศรษฐกิจ   อีกตัวที่ทนแล้งได้ดี  แต่ผลเสียคือต้นทุนในการปลูกค่อนข้างสูง  และต้องปลูกใหม่ทุกปี และราคาต่อ กก. ค่อนข้างถูกมาก เมื่อเทียบกับพืชเศรษฐกิจตัวอื่น

-ถั่วดาวอินคา  หรือต้นเศรษฐีเป็นพืชตระกูลถั่ว  มีถิ่นกำเนิดมาจากป่าในลุ่มน้ำอเมซอน ประเทศเปรู  ในทวีปอเมริกาใต้  เมื่อ  3,000  กว่าปีที่แล้ว  เป็นพืชที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่สำคัญสำหรับมนุษย์  คือสารโอเมก้า  3 6 9 มีน้ำมันที่มีความเข้มข้นสูง  มีไขมันไม่อิ่มตัว 98% มีสารต้านอนุมูลอิสระวิตามินและวิตามินอี   มีโปรตีนสูงและกรดอะมิโนจำเป็นต่อร่างกายมนุษย์   มาแรงแห่งปีครับ

ถั่วดาวอินคา
ถั่วดาวอินคา

 

จะดีกว่ามั๊ยหาก  พืช ผัก ผลไม้ พืชเศรษฐกิจสามารถขายเป็น  สินค้าออแกนิค

 

นี้คือตัวอย่าง  พืชเศรษฐกิจ  ที่คู่กับเกษตรกรไทยมานานแสนนาน    พืชเศรษฐกิจ   ที่เกษตรกรนิยมปลูกกันมาก  ทั่วทุกภาคของประเทศ  จึงทำให้มีข่าวถึงราคาที่ ตกต่ำ  แต่ละปีเกษตรกรเป็นหนี้นายทุนจำนวนมาก  เพราะกู้เงินมาปลูกพืชเหล่านี้  สุดท้ายก็เกิดปัญหากับเกษตรกรเอง  การวางแผนการปลูกที่ดี  จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง  วางแผนให้ดี  ในหนึงรอบฤดูการผลิตท่านเกษตรกรต้องเลือก  พืชที่สามารถขายได้ราคาสูงย่อมน่าลงทุนมากกว่า  น้ำก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ลืมไม่ได้  สถานการร์น้ำในปัจจุบันของโลกเรานั้นปัจจุบันถือว่าแล้งมากครับ  เราก็ต้องวางแผนปลูกพืชทนแล้งใช้น้ำน้อย  มาเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ ของเรา  หากต้องการทำ  พืชเศรษฐกิจ  นั้นต้องคิดเสมอว่า จะทำอย่างไรให้สามารถขาย   ผลผลิตให้ได้ราคามากที่สุด  คำตอบอาจจะไม่ได้อยูที่ ปริมาณเพียงอย่างเดียว  ท่านอาจจะต้องใส่ใจเรื่องของคุณภาพมากขึ้น เช่น ควบคุมการใช้สารเคมี  เพื่อรักษาดิน ง่ายๆแต่ทำยาก  ใช่มั๊ยครับ  ผลที่ได้ก็คือ  ท่านเกษตรกรจะสามารถขาย  พืช  ผัก  ผลไม้  ของท่านในราคา สินค้าออแกนิค  หรือ  สินค้าปลอดสาร  นั่นเอง  ราคาผลิตผลเพิ่มขึ้น  มาดูตัวอย่าง  การทำข้าวออแกนิคกัน

 

ใช้  วัคซีนพืชbig  แทนปุ๋ยเคมี  ผลผลิตดีมากๆครับ

ข้าวออแกนิค
ข้าวออแกนิค

** ผลผลิต ข้าวออแกนิค
เก็บเกี่ยว 29 ต.ค.2558
เก็บไว้รับประทานและเป็นข้าวพันธุ์ จำนวน 2 ไร่
ใช้รถเกี่ยวขาย จำนวน 1 ไร่
เกี่ยวขายได้น้ำหนัก 1,275 กก.
ชั่งขายที่ลานรับซื้อข้าวของสหกรณ์สูงเม่น จำกัด
ราคาขาย กก.ละ 10.40 บาท
ได้เงิน 13,260 บาท
ความชื้น 26.80%

ขั้นตอน ซื้อออนไลน์สั่งซื้อเลย

ข้าวออแกนิค
ข้าวออแกนิค

จากการตรวจก่อนชั่งขาย ตัวอย่างข้าว 200 กรัม มีข้าวลีบเพียง 6 กรัม เป็นข้าวดี 194 กรัม โดยจนท.ของสหกรณ์ ให้ข้อมูลว่า ปกติข้าวที่นำมาขาย จะมีอัตราข้าวลีบ 10 กรัม และเป็นข้าวดี 190 กรัม

** เปรียบเทียบกับปีก่อน

ใส่ปุ๋ยเม็ดครั้งแรก 18-8-8 จำนวน 3 กระสอบ 46-0-0 จำนวน 15 กก. เมื่อข้าวอายุได้ 1 เดือน
ใส่ปุ๋ยเม็ดครั้งที่สอง 18-8-8 จำนวน 4 กระสอบ เมื่อข้าวเริ่มออกรวง

**ผลผลิตที่ได้

น้ำหนัก 800 กก.เศษ
ขายได้ราคา 8,000 บาทเศษ

**ผลต่าง เห็นได้ อย่างชัดเจน
ได้ข้าวน้ำหนักมากกว่าเดิม 400 กก.เศษ/ไร่
ขายข้าวได้เงินมากกว่าเดิม 4,000 บาทเศษ/ไร่
ใช้ปุ๋ยเม็ดลดลงกว่าเดิม 4 กระสอบ/3 ไร่ ประหยัดเงินค่าปุ๋ย ประมาณ 2,800 บาท/3ไร่

*** สรุป นาข้าว ทั้ง 2 แปลง จำนวน 4 ไร่
ต้นทุนทั้งหมด 12,000 บาท + วัคซีนพืชออมสิน 1 ขวด 1,290 บาท = 13,290 บาท
*ต้นทุนเฉลี่ยไร่ละ 3,300 บาท
จำหน่ายข้าว 2 ไร่ ได้น้ำหนักรวม 1,120 กก. + 1,275 กก. = 2,395 กก.
ขายข้าวได้เงิน
11,312 + 13,260 = 24,572 บาท
*เฉลี่ยได้เงินไร่ละ 12,286 บาท
*เฉลี่ยกำไรต่อไร่ 12,286 – 3,300 = 8,986 บาท

**ผลประโยชน์ด้านอื่น ก็ชัดเจน
– ไม่ได้ใช้ยาฆ่าแมลงและยาฆ่าหญ้าเลย
– สภาพดินในนาดีขึ้น ดินดำ ไม่แตก
– มีสัตว์หน้าดิน และสัตว์ในนา กลับคืนมา เช่น ไส้เดือน ปู
– เก็บปูในนาขายได้ 40 กก.
– แนะนำเกษตรกรในหมู่บ้านให้ใช้ วัคซีนพืชออมสิน และเก็บเกี่ยวพร้อมๆกัน จำนวน 4 ราย ได้ผลผลิตเฉลี่ย/ไร่ สูงกว่า 1,000 กก.ทุกราย
** ดูแล เอาใจใส่ ให้คำแนะนำ ติดตามผลอย่างใกล้ชิด  เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม**

หมายเหตุ
สามารถใช้ วัคซีนพืชbig  ร่วมกับสารเคมีชนิดอื่น  เช่น  ยาฆ่าหญ้า  ยากำจัดวัชพืช ยากำจัดแมลงศัตรูพืชได้ โดย ผสม วัคซีนพืชbig/ออมสิน  ลงไปในน้ำก่อน  และตามด้วยสารเคมีชนิดอื่น  แล้วจึงนำไปฉีดพ่น

ใส่ความเห็น


อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.