เพิ่มเพื่อน
เมษายน 29, 2016

การปลูกทุเรียน (ฉบับสมบูรณ์)

การปลูกทุเรียน  นั้น ทางผู้เขียนได้รวบรวมเทคนิคง่ายๆ   จนถึงขั้นมืออาชีพ ใน การปลูกทุเรียน โดย ใช้ ข้อมูลอ้างอิงที่  ศูนย์การเรียนรู้เพื่ออนุรักษ์ทุเรียนพื้นบ้าน นนทบุรี  เป็นหลัก ถ้าท่านเกษตรกรมีทำเล ที่ตั้ง  ซึ่งแตกต่างกันก็อาจจะต้องปรับช่วงเวลา  ให้สอดคล้อง  เพื่อความเหมาะสม ดังนั้จึงไม่มีกฎตายตัวว่าเก็บผลผลิตเมื่อไหร่อย่างไร  ท่านที่อยากทำสวนทุเรียน จึงควรที่จะทำความเข้าใจในธรรมชาติของต้นทุเรียนทั้งหมด  แบบเข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนจึงดีที่สุด  ขอขอบคุณข้อมูล ดีๆ แวะไปเยี่ยมชมกันได้ครับ สวนตาก้าน 92/1 ซอยบางกร่าง 63 หมู่ 2 ต.บางกร่าง อ.เมือง จ.นนทบุรี  โทร. 089-812-6539

 

การปลูกทุเรียน แบ่ง ออกเป็น  3 ระยะ

1. การปลูกทุเรียน

2.การดูแลทุเรียน

3.การบำรุงรักษาต้นทุเรียน

1. การปลูกทุเรียน มี  7  ขั้นตอนดังนี้

 

การปลูกทุเรียน
การปลูกทุเรียน
การปลูกทุเรียน
การปลูกทุเรียน
การปลูกทุเรียน
การปลูกทุเรียน

1. การปลูกทุเรียน  กิ่งพันธุ์ทุเรียนที่ปลูกอาจเป็นกิ่งตอน  กิ่งเสียบยอด  หรือ  กิ่งทาบก็ได้  แต่กิ่งพันธุ์ควรมีอายุประมาณ  1  ปี  หากอายุน้อยกว่านี้จะไม่แข็งแรงและหากอายุมากเกินไปรากอาจขดได้  จากนั้นเมื่อได้กิ่งพันธุ์อายุเหมาะสมแล้ว  ควรรอให้ใบอ่อนแก่ก่อนหรือ  เพฉลาด  จึงลงปลูก  ไม่ควรลงปลูกขณะที่แตกใบอ่อน  เพราะหากโดนแดดจัดจะทำให้ทุเรียนเฉาในทันที  และช่วงเวลาที่ปลูกควรปลูกตอนเย็น  เพราะจะทำให้ต้นไม่เหี่ยว

การปลูกทุเรียนการปลูกทุเรียน

2. การปลูกทุเรียน แบบชาวสวนนนท์จะยกโคก ( พูนดิน ) โดยใช้ดินจากบริเวณที่จะปลูก  ทำให้ร่วนซุย  และพูน  ขึ้นมาจากพื้นประมาณ  50  เซนติเมตร  และมีเส้นผ่านศูนย์กลาง  1  เมตร  จากนั้นขุดหลุมปลูกบริเวณกลางโคก  โดยขุดลงไปเท่าขนาดถุงชำ  และใช้ดินร่วนหรือดินผสมปุ๋ยคอกผสมแกลบดิบใส่รองก้นหลุม  เพื่อล่อให้รากทุเรียนออกมาหาอาหาร  และถ้ามีปลวกให้ใช้พูราดาน  1  ส่วนผสมปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด  3  ส่วน  โรยที่ก้นหลุมประมาณ  1  กำมือก่อนแล้วจึงลงปลูก
3. เมื่อตัดถุงชำ( ถุงสีดำ )ออกแล้ว  ควรเอาดินออกประมาณครึ่งหนึ่ง  เพื่อให้รากได้เจอกับดินใหม่ที่เราใส่ไว้ที่ก้นหลุม  ขณะที่เอาดินออกนั้น  ต้องสังเกตที่รากแก้ว  หากพบว่ารากแก้วขดอยู่  ก็ควรใช่กรรไกรตัดออก  เพราะรากที่ขดนั้นจะทำให้ต้นทุเรียนโตช้ากว่าที่ควร

การปลูกทุเรียน
ในกรณีที่กิ่งพันธุ์ทุเรียนที่ชำเอาไว้นาน จ ะทำให้ดินมีลักษณะจับตัวกันแน่นและรากแก้วของทุเรียนอาจขดอยู่เป็นเรื่องปกติ  แต่เราสามารถตัดรากแก้วที่ขดออกได้  เนื่องจาก  ทุเรียนมีรากแขนงที่แตกมาจากรากแก้วและมีรากพิเศษ  หรือ  “ รากตะขาบ ”  เป็นรากหากิน  ทำให้การตัดรากแก้วไม่กระทบกระเทือนการหากินของต้นทุเรียน
การปลูกทุเรียน  ของชาวสวนนนท์  จะนิยมปลูกแบบยกร่อง ( มีการกักน้ำไว้ในร่องสวน ) และมีน้ำใต้ดินมาก  จึงแนะนำให้ตัดรากแก้วทั้งในกรณีที่รากแก้วขดและไม่ขด  เนื่องจาก  หากไม่ตัดรากแก้ว  รากแก้วจะลงไปดูดน้ำใต้ดิน  ทำให้ทรงพุ่มของทุเรียนสูงชะลูดเพียงอย่างเดียว  และระดับน้ำใต้ดินที่สูง   จะทำให้รากแก้วแช่อยู่ในน้ำตลอดปี   ดังนั้น  ** หากผู้ปลูกทำสวนแบบยกร่องสวนหรือมีระดับน้ำใต้ดินสูงควรตัดรากแก้วออกทั้งในกรณีที่รากแก้วขดและไม่ขด  ส่วนผู้ที่ไม่ได้ยกร่องก็สังเกตเพียงว่ารากแก้วขดหรือไม่  หากรากแก้วขดจึงค่อยตัดออก

4. เมื่อตอนลงปลูกควรขยายรากให้แผ่ออกหรือจัดรากให้แผ่ออกไปรอบๆ  ต้น  ให้เหยียดตรงเมื่อทุเรียนโตขึ้นจะได้มีรากสมดุลกัน  คือ  แผ่รากไปรอบๆ  ต้นป้องกันการโค่นล้ม  วางกิ่งทุเรียนลงในกลางพูนดินให้ลำต้นตั้งตรง  ใช้ไม้ไผ่ปักขนาบไว้ใช้ดินกลบโคน  กิ่งตอนกลบพอมิดกาบมะพร้าวกิ่งทาบกลบพอเสมอดินเดิมหรือราว  1  นิ้ว  ถ้าเป็นกิ่งเสียบยอดก็เช่นเดี่ยวกันไม่จำเป็นต้องปลูกลึกโค่นทุเรียนจม  ถ้าเป็นฤดูฝนปลูกเสร็จแล้วควรให้โคนต้นทุเรียนสูงกว่าระดับดินธรรมดาเล็กน้อยเพื่อกันน้ำแช่โคน  ถ้าเป็นฤดูแล้งควรยกขอบรอบๆ

การปลูกทุเรียน

5. การปลูกทุเรียน  และการวางแนวต้องปลูกให้เป็นแถวตรงเป็นระเบียบ ค วรปลูกร่องแรกกับร่องสองให้สลับกัน  เพื่อความสวยงามและสะดวกเวลาปฏิบัติดูแลรักษา  การปลูกทุเรียน  ไม่เป็นระเบียบทำให้ยากแก่การดูแลและไม่สวยงาม  ทำให้เสียเวลาและแรงงานไปโดยเปล่าประโยชน์เพราะทำงานยาก
6.  นิสัยทุเรียนไม่ชอบที่โล่งแจ้ง  ดังนั้นจึงควรมีไม้บังร่มให้แก่ทุเรียนบ้าง  โดยเฉพาะทุเรียนในปีแรกที่ยังเล็กอยู่ต้องการร่มเงามาก  สามารถบังร่มได้โดยปลูกต้นไม้บังร่ม  หรือใช้แสลนบังแดดก็ได้ นอกจากนี้ประโยชน์ของไม้บังร่มอาจปลูกเพื่อเป็นรายได้จุนเจือพืชที่เหมาะสมที่สุดคือกล้วย  เพราะกล้วยให้ร่มเงาเร็วที่สุดในการใช้เป็นไม้บังร่มเงาชั่วคราว  ส่วนไม้บังร่มถาวรนั้นในสวนแบบยกร่องชาวสวนจะหากิ่งทองหลางมาปลูกสลับระหว่างต้นทุเรียนเสียก่อน  เพราะทองหลางนี้นอกจากจะให้ร่มแล้วยังเป็นประโยชน์แก่ทุเรียนอีกด้วย  ใบของทองหลางที่หล่นลงร่องพอถึงปีชาวสวนจะขุดขึ้นมาถมโคนทุเรียนซึ่งเป็นพวกอินทรียวัตถุ  อันเป็นประโยชน์ต่อทุเรียนต่อไป  พอถึงฤดูแล้งน้ำที่ระเหยจากใบทองหลางจะช่วยให้ความชื้นในอากาศมากขึ้น  ทำให้ทุเรียนไม่ชะงักการเจริญเติบโต การปลูกไม้บังร่มถาวรนี้ในสวนแบบยกร่องจะต้องปลูกไปพร้อมกับกล้วยหรือปลูกไว้ก่อนแล้ว  กล้วยที่แนะนำให้ปลูกคือกล้วยไข่  กล้วยหอม  ยิ่งถ้าเป็นสวนทุเรียนที่มีทุนน้อยถ้าได้กล้วยขายเป็นรายได้ไปพลางๆ  อย่างน้อยก็พอเป็นค่ารักษาสวน  ค่าปุ๋ยทุเรียน  หรือไม่ก็เป็นการป้องกันกำจัดวัชพืช  เพราะเมื่อมีกล้วยขึ้นปกคลุมแล้ว  พวกวัชพืชก็จะขึ้นน้อยลง
ก่อนที่จะทำ  การปลุกทุเรียน  ควรที่จะปลูกไม้กันลมโดยรอบคันล้อม  และปลูกไม้เพื่อเป็นร่มทุเรียนให้สูงขึ้นอย่างน้อย  3  เมตร  เสียก่อน  เมื่อเห็นว่าสวนร่มครึ้มดีแล้วจึงค่อยลงมือปลูกทุเรียนได้ ในการปลูกไม้กันลมควรเป็นไม้ที่มีระบบรากลึกแข็งแรง  รากไม่แผ่ออกไปกว้าง  เพราะจะไปรบกวนทุเรียนแถวริมสุด เป็นไม้ที่ปลูกง่ายไม่ผลัดใบในฤดูแล้ง  เจริญเติบโตเร็ว  กิ่งไม่เปราะ มีลำต้นเหนียวและโอนอ่อนไปตามกระแสลมได้  มีใบพุ่มหนาตลอดลำต้น  ใบไม่ใหญ่โตนัก  ไม้กันลมที่ควรใช้ปลูก  เช่น แคบ้าน  สะเดา  ขี้เหล็ก  จามจุรี  ไม้ไผ่เป็นต้น
7. หลังจาก  การปลูกทุเรียน เสร็จแล้วต้องรดน้ำให้ทันที  ในระยะแรกที่ปลูกควรรดน้ำตอนเช้าทุกวันอย่าง

การปลูกทุเรียน

สม่ำเสมอ  และในระยะแรกที่ปลูกไม่ต้องรดมาก  เนื่องจากรากยังไม่เจริญไปห่างต้น  รดเพียงโคนก็พอ  การใช้ขนาด ( ขนาดรดน้ำ ) หรือเครื่องรดน้ำไม่ควรทำเพราะจะทำให้โคกพังเร็วขึ้น  ยังทำให้ดินบริเวณนั้นจับกันแน่นและรากเดินไม่สะดวก  เมื่อทุเรียนจะเริ่มตั้งตัวได้  ถ้าเป็นกิ่งทาบหรือต้นเสียบยอดประมาณ  1  เดือน  ก็จะเริ่มแตกใบอ่อนถ้าเป็นกิ่งตอนอาจแตกใบอ่อนช้ากว่าเล็กน้อย บางทีอาจ  2  เดือนก็มี  ท่านสามารถศึกษาวิธีการดูแลทุเรียนปลูกใหม่ได้ที่หน้าการดูแลทุเรียนปลูกใหม่

การปลูกทุเรียน

 

2.การดูแลทุเรียน

สวนทุเรียนนนท์นั้นการดูแลสวนเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ทุเรียนเจริญเติบโต และให้ ผลผลิตที่ดีและต้นทุเรียนมีอายุยืนยาว  ให้เกษตรกรได้รับประโยชน์สูงสุดจากการทำสวนก็คือทุเรียนให้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพและขายได้ราคาดี  และในระหว่างรอทุเรียนให้ผลผลิต ในช่วงแรกควรปลูกพืชแซมเพื่อเสริมรายได้ โดยเลือกพืชให้ตรงกับความต้องการของตลาด  เช่น กล้วยหอม  ส้มเขียวหวาน  หรือมังคุด  การปฏิบัติดูแลสวนทุเรียนนนท์ในช่วงให้ผลผลิตแล้วเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ทุเรียนออกดอกติดผลมาก และให้ผลผลิต คุณภาพดี

การเตรียมให้ต้นทุเรียนมีความสมบูรณ์ มีอาหารสะสมเพียงพอ เมื่อทุเรียนมีใบแก่ทั้งต้น และสภาพแวดล้อมเหมาะสม ฝนแล้ง ดิน มีความชื้นต่ำ อากาศเย็นลงเล็กน้อยทุเรียนก็จะออกดอก ขั้นตอนต่าง ๆ จะต้องรีบดำเนินการภายหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิต ดังนี้

ระยะที่ 1 ฟื้นฟูต้นหลังเก็บเกี่ยวทุเรียน ช่วงเดือน  กรกฎาคม-กันยายน

1.การตัดแต่งกิ่ง หลังเก็บเกี่ยวให้รีบตัดแต่งกิ่งแห้ง กิ่งเป็นโรค กิ่งแขนง ด้านในทรงพุ่มออกโดยเร็ว ทารอยแผลที่ตัดด้วยสารเคมีป้องกันกำจัด เชื้อรา หรือปูนแดงกินกับหมาก

2.กำจัดวัชพืชเก็บทำความสะอาดท้องร่อง สาดเลน  เพื่อเป็นปุ๋ยทางธรรมชาติให้แก่ทุเรียน

3. เมื่อขี้เลนแห้งสนิทแล้วควรใส่ปุ๋ยทันที

– ปุ๋ยคอก 15 – 50  กิโลกรัมต่อต้น (ประมาณ 3-10 ปีบ)

ทุเรียนต้นที่ขาดความสมบูรณ์ต้องการปุ๋ยมากกว่าทุเรียนต้น ที่มีความสมบูรณ์อยู่แล้ว ทุเรียนต้นที่ให้ผลผลิตไปมาก ต้องการปุ๋ย มากกว่าทุเรียนที่ให้ผลผลิตน้อย

4.การกำจัดวัชพืชการป้องกันวัชพืชในสวนนับว่าเป็นสิ่งสำคัญและเป็นปัญหาใหญ่ในการทำสวน โดยเฉพาะทุเรียนซึ่งมีรากหาอาหารอยู่ในระดับผิวดิน  ถ้าปล่อยให้หญ้าขึ้นรกรุงรังนอกจากจะแย่งอาหารและน้ำจากต้นทุเรียนแล้ว  ยังเป็นที่อยู่อาศัยของแมลงศัตรูทุเรียนได้ด้วย  ในกรณีที่ไม่สามารถรักษาสวนทุเรียนให้ปราศจากวัชพืชต่างๆ  ได้    ซึ่งต้องทำการตัดหรือถากถางออกเป็นครั้งคราว  โดยเฉพาะในแปลงที่เป็นที่ดอนอย่างน้อยต้องทำการเก็บวัชพืชปีละไม่น้อยกว่า  3  ครั้ง  คือ  กลางฤดูฝนขณะฝนทิ้งช่วงซึ่งจะอยู่ประมาณเดือนกรกฎาคม  และปลายฤดูฝน  หลังจากหมดฤดูฝนแล้วประมาณเดือนพฤศจิกายน  หรือต้นเดือนธันวาคม  ซึ่งวัชพืชที่ถากถางออกนี้เมื่อแห้งตายก็จะกวาดเข้าคลุมต้นทุเรียนที่ปลูกได้อีก

การป้องกันกำจัดวัชพืชอีกวิธีหนึ่งคือ  การปลูกพืชคลุมหรือพืชแซม  เช่น  กล้วย  หรือพืชคลุมชนิดต่างๆ  พืชเหล่านี้จะช่วยคลุมไม่ให้วัชพืชเจริญงอกงามได้เร็ว  โดยเฉพาะพืชคลุมจะคลุมจนวัชพืชตายหมด  พืชคลุมเหล่านี้จะขึ้นคลุมปิดบังแสงแดดไม่ให้ส่องถึงผิวดินทำให้ดินไม่ร้อนจัดและชุ่มชื้นอยู่เสมอ  การสูญเสียหน้าดินจากน้ำฝนน้อยลง

5. ป้องกันกำจัดโรคแมลง เช่น โรครากเน่าโคนเน่า  เพลี้ยไก่แจ้ ไรแดงและเพลี้ยไฟ  หนอนกินเปลือกต้นทุเรียน เริ่มระบาดในฤดูฝนควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

ระยะที่ 2 ในช่วงปลายฤดูฝน  ช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน

เมื่อฝนทิ้งช่วงเกษตรกรต้องให้ความสนใจในการเข้าดูแลสวนอย่างใกล้ชิด  เพื่อเตรียมพร้อมในการให้ทุเรียนออกดอก   ฤดูฝนผ่านไปทุเรียนมีความสมบูรณ์เต็มทีพร้อมที่จะออกดอกให้ผลผลิตแก่เกษตรกรชาวสวน    การเริ่มต้นฤดูก็เกิดขึ้นสิ่งที่จะต้องทำดังนี้

1.ให้กำจัดวัชพืชใต้ทรงพุ่ม กวาดเศษหญ้า และใบทุเรียน ออกจากโคนต้น เพื่อให้ดินแห้งเร็วขึ้น

2.ให้ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ต้นละ  15-30  กิโลกรัมต่อต้น เพื่อช่วยกระตุ้นในการออกดอก

3.กักน้ำในท้องร่องสวนให้น้อย อยู่ในระดับต่ำและงดการรดน้ำ10-14วันเมื่อสังเกตเห็นใบทุเรียนเริ่ม สลดลงต้องเริ่มรดน้ำทีละน้อยเพื่อกระตุ้นให้ตาดอกเจริญ    อย่าปล่อยให้ขาดน้ำนานจนใบเหลืองใบตกเพราะตาดอกจะไม่เจริญ และระวัง อย่ารดน้ำมากเกินไป เพราะช่อดอกอาจเปลี่ยนเป็นใบได้ วิธีการรดน้ำที่เหมาะสม คือ รดน้ำแบบโชย ๆ แล้วเว้นระยะ สังเกต อาการของใบและดอก เมื่อเห็นดอกระยะไข่ปลามากพอแล้ว ก็เพิ่ม ปริมาณให้มากขึ้นเรื่อย ๆ จนสู่สภาวะปกติ

ระยะที่ 3   การดูแลในช่วงออกดอก ช่วงเดือน มกราคม-กุมภาพันธุ์

1. การควบคุมการรดน้ำ  เมื่อทุเรียนออกดอกในระยะไข่ปลามีปริมาณมากพอแล้ว ก็เริ่มรดน้ำมากขึ้นจนสู่สภาพปกติ   ในระยะก่อนดอกบาน 7-10 วัน(ระยะหัวกำไล) ไป จนถึงดอกบานช่วงดอกบานควรงดการรดและระยะปิ่นให้ลดการรดน้ำลง 2 ใน 3 ของปกติและเริ่มรดน้ำมากขึ้นในระดับปกติได้หลังจากผสมเกสรแล้ว 3 สัปดาห์

2. การตัดแต่งดอก เพื่อให้เหลือดอกทุเรียนไว้ในปริมาณและตำแหน่งที่เหมาะสม  ตัดดอกที่อยู่ตามกิ่งเล็ก ๆ หรือปลายกิ่งทิ้ง ควรตัดแต่งเมื่อดอกทุเรียนอยู่ในระหว่างระยะมะเขือพวง ถึงระยะหัวกำไล     ถ้ามีดอกรุ่นเดียวกันปริมาณมาก ตัดแต่งให้เหลือปริมาณ ดอกพอเหมาะอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ  ถ้ามีดอก 2 รุ่น ปริมาณต่างกัน ให้ตัดรุ่นที่มีปริมาณ ดอกน้อยออก แต่ถ้าปริมาณดอกมีน้อย จำเป็นต้องไว้ดอกต่างรุ่นควรไว้ดอกรุ่นเดียวกัน บนกิ่งเดียวกัน

3. ป้องกันกำจัดโรคแมลง เช่น เพลี้ยไฟ ไรแดง หนอน กัดกินก้านดอก โรคดอกเน่าและโรคดอกแห้ง

ระยะที่  4  การดูแลในช่วงติดผลแล้ว    มีนาคม- เมษายน

1. ตัดแต่งผลครั้งที่ 1 หลังดอกบาน 3-4 สัปดาห์ ตัดแต่งผลที่มีรูปทรง บิดเบี้ยว ผลขนาดเล็กหรือผลต่างรุ่น ผลที่อยู่ใน ตำแหน่งไม่เหมาะสม เช่น ปลายกิ่ง ด้านข้างของ กิ่ง และผลที่ติดเป็นกระจุกใหญ่ ๆ ออกเหลือผล ที่ดีไว้มากกว่าที่ต้องการจริง 50 %ครั้งที่ 2 หลังดอกบาน 6-8

สัปดาห์ ตัดผลที่มีขนาดเล็กกว่า ผลอื่นในรุ่นเดียวกัน ผลบิดเบี้ยว ผลที่มีอาการ หนามแดงครั้งที่ 3 ตัดแต่งครั้งสุดท้ายตัดผลขนาดเล็ก ผลบิดเบี้ยว ผลก้นจีบออก จะเหลือผลที่มีขนาดและรูปทรง สม่ำเสมอ ในปริมาณเท่ากับที่ต้องการจริง เมื่อตัดแต่งผลครั้งสุดท้ายเสร็จ     ควรโยงกิ่งหรือใช้ไม้ไผ่ค้ำ เพื่อป้องกันกิ่ง หักจากน้ำหนักผลที่มากขึ้น ป้องกันผลร่วงในพื้นที่มีลมแรง

2. การใส่ปุ๋ย หลังจากติดผลแล้ว 5-6 สัปดาห์ ให้ใส่ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อเร่งการเจริญของผล  เพื่อเพิ่มคุณภาพเนื้อ   ถ้าต้นทุเรียนขาดความสมบูรณ์ ใบเล็ก ใบซีด ไม่เขียวเข้ม ควรให้ปุ๋ยทางใบเสริมในช่วงสัปดาห์ที่ 5-10 หลังดอกบาน เพื่อช่วยให้ผลทุเรียนเจริญดีขึ้น

3. การควบคุมไม่ให้ทุเรียนแตกใบอ่อนถ้าทุเรียนแตกใบอ่อนในช่วงติดผล ใบอ่อนและผทุเรียน จะแย่งอาหารกันและเกิดผลเสีย  ผลอ่อนร่วง  รูปทรงลูกบิดเบี้ยว  เนื้อคุณภาพ ด้อยเป็นเต่าเผา เนื้อแกน   ถ้าพบว่าทุเรียนจะแตกใบอ่อน โดยสังเกตเห็นเยื่อหุ้มตา เริ่มเจริญหรือเรียกระยะหางปลา

4. การรดน้ำ ดูแลรดน้ำสม่ำเสมอ ตลอดช่วงที่กำลังติดผล

5. จดบันทึกวันดอกบาน ของแต่ละรุ่น แต่ละต้นไว้ พร้อมกับทำเครื่องหมายไว้โดยใช้เชือกสีที่แตกต่างกันในการค้ำกิ่งที่ติดผล      แต่ละรุ่นเพื่อความสะดวกในการเก็บเกี่ยว

6. การป้องกันกำจัดโรคแมลง ตรวจสอบและป้องกันกำจัด โรคผลเน่า หนอนเจาะผล ทุเรียน ไรแดง เพลี้ยไฟ เพลี้ยแป้ง และเพลี้ยหอย

7.การป้องกันหนูหรือกระรอก  เข้าทำลายกัดกินทุเรียน ถ้าสวนมีสัตว์รบกวนควรหาวิธีป้องกันดังนี้

–  ทำความสะอาดเก็บ    สิ่งของที่รกร้างกิ่งไม้รอบสวน  เพื่อไม่ให้เป็นที่อาศัย

ของหนูกระรอก

–  ตัดกิ่งไม้บริเวณรอบต้นทุเรียนของต้นไม้อื่นๆเพื่อตัดเส้นทางหนูได้

– นำสังกะสีแผ่นเรียบกว้าง 30 เซนติเมตร  ยาวตามขนาดของต้นพันรอบโค่นต้นทุเรียน

เป็นการป้องได้เฉพาะหนู

– การป้องอีกวิธีหนึ่งคือการห่อ  ให้ใช้ถุงพลาสติกใส่ขนาด  40×60 เซนติเมตร  ตัดก้น

ถุงและตัดข้างยาว 30 เซนติเมตร  นำมาห่อทุเรียน ควรห่อให้คลุมตั้งแต่กิ่งที่ลูกทุเรียน

นั้นติดอยู่ปล่อยชายถุงให้อากาศถ่ายเท่ได้สะดวก ป้องกันได้ทั้งหนู  กระรอก นก

ระยะที่ 5  การเก็บเกี่ยว  พฤษภาคม  มิถุนายน

เลือกเก็บเกี่ยวเฉพาะผลทุเรียนแก่แล้วเท่านั้น อาจจะวิธีนับวันหรือสังเกตลักษณะตามพันธุ์ก็ได้

1. ควรกำจัดวัชพืช เพื่อเตรียมพื้นที่ให้เก็บเกี่ยวได้สะดวก

2. เก็บเกี่ยวผลที่แก่แล้ว โดยสังเกตจากลักษณะของผลและ นับอายุ

ลักษณะผลเมื่อทุเรียนแก่จะพบการเปลี่ยนแปลงดังนี้

– สีเปลือกจะเปลี่ยนจากเขียวสดเป็นสีน้ำตาลหรือเขียวแกมเทา แต่ผลที่อยู่นอกทรงพุ่มโดนแสงแดดมากจะมีสีน้ำตาลมากกว่าผลที่อยู่ ในทรงพุ่ม

– ก้านผลเข้มขึ้นเป็นสีน้ำตาลคล้ำ สาก ตรงรอยต่อของระหว่าง ก้านผลตอนบนกับก้านผลตอนล่าง (ปลิง) จะบวมใหญ่ เห็นรอยต่อ ชัดเจน

– ปลายหนามแห้งจะไหม้จากปลายนหนามเข้ามามีสีน้ำตาล หนามกางออกร่องหนาค่อน ข้างห่าง

– สังเกตรอยแยกบนพูจะเห็นได้ชัดเจนเป็นเส้นสีเหลือง ยกเว้นพันธุ์ก้านยาว จะเห็นไม่ชัด

– ชิมปลิง ทุเรียนแก่จัด เมื่อตัดขั้วผลหรือปลิงออกจะพบ น้ำใส ๆ ไม่ข้นเหนียว เหมือนทุเรียนอ่อน ชิมดูจะมีรสหวาน

– การเคาะเปลือกหรือกรีดหนาม ผลทุเรียนที่แก่จัดจะมี เสียงดังหลวม ๆ

– ทั้งนี้เมื่อผลทุเรียนในต้นเริ่มแก่สุกและร่วงก็เป็นสัญญาณ เตือนว่าทุเรียนที่เหลือซึ่งเป็นรุ่นเดียวกันเริ่มแก่สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว

การนับอายุ

โดยนับจำนวนวันหลังจากดอกบานจนถึงวันที่ผลแก่ พร้อม ที่จะเก็บเกี่ยวได้ ซึ่งจะแตกต่างกันในแต่ละพันธุ์ เช่น พันธุ์ก้านยาวใช้เวลา 120-135 วันและ พันธุ์หมอนทองใช้เวลา 140-150 วัน

การนับอายุนี้อาจคลาดเคลื่อนได้เล็กน้อย ขึ้นกับอุณหภูมิ ของอากาศ เช่น อากาศร้อนและแห้งแล้ง ทุเรียนจะแก่เร็วขึ้น ฝน ตกชุกความชื้นสูงทุเรียนจะแก่ช้าเพื่อสะดวกในการจำและไม่ผิดพลาดในการตัดทุเรียนอ่อน เกษตรกรควรจดบันทึกวันที่ดอกบาน และทำเครื่องหมายรุ่น ดังนี้

– จดบันทึกวันที่ดอกทุเรียนบานของแต่ละพันธุ์ และแต่ ละรุ่น

– ทำเครื่องหมายรุ่นโดยในขณะที่ค้ำหรือโยงกิ่งด้วยเชือก ควรใช้สี ที่แตกต่างกันใน  การค้ำหรือโยงกิ่งแต่ละรุ่น ทั้งนี้เพื่อสะดวกในการตัดทุเรียน ที่แก่มีคุณภาพดี

วิธีการเก็บเกี่ยว

– ตัดเหนือปลิงของก้านผล ด้วยมีดคมและสะอาดส่งลงมา ให้คนที่รอรับข้างล่าง อย่าให้ผลตกกระทบพื้น วิธีที่นิยมคือใช้เชือกโรย และใช้ตระกร้ารองรับทุเรียน

– ห้ามวางผลทุเรียนบนพื้นดินในสวนโดยตรง เพื่อป้องกันเชื้อรา ที่เป็นสาเหตุของโรคผลเน่าติดไปกับผลทุเรียน

-ควรวางทุเรียนในเข่งหรือภาชนะที่จัดเตรียมไว้

– ทำความสะอาด คัดคุณภาพ คัดขนาดก่อนจำหน่าย

ตารางการให้วัคซีนพืช กับทุเรียน
ตารางการให้วัคซีนพืช กับทุเรียน

3.การบำรุงรักษาต้นทุเรียน

คู่มือการปฏิบัติงานสวนทุเรียนนนท์

การสวนทุเรียนนนท์นั้นการดูแลสวนเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ทุเรียนเจริญเติบโต และให้ ผลผลิตที่ดีและต้นทุเรียนมีอายุยืนยาว  ให้เกษตรกรได้รับประโยชน์สูงสุดจากการทำสวนก็คือทุเรียนให้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพและขายได้ราคาดี  และในระหว่างรอทุเรียนให้ผลผลิต ในช่วงแรกควรปลูกพืชแซมเพื่อเสริมรายได้ โดยเลือกพืชให้ตรงกับความต้องการของตลาด  เช่น กล้วยหอม  ส้มเขียวหวาน  หรือมังคุด  การปฏิบัติดูแลสวนทุเรียนนนท์ในช่วงให้ผลผลิตแล้วเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ทุเรียนออกดอกติดผลมาก และให้ผลผลิต คุณภาพดี

การเตรียมให้ต้นทุเรียนมีความสมบูรณ์ มีอาหารสะสมเพียงพอ เมื่อทุเรียนมีใบแก่ทั้งต้น และสภาพแวดล้อมเหมาะสม ฝนแล้ง ดิน มีความชื้นต่ำ อากาศเย็นลงเล็กน้อยทุเรียนก็จะออกดอก ขั้นตอนต่าง ๆ จะต้องรีบดำเนินการภายหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิต ดังนี้

ระยะที่ 1 ฟื้นฟูต้นหลังเก็บเกี่ยวทุเรียน ช่วงเดือน  กรกฎาคม-กันยายน

1.การตัดแต่งกิ่ง หลังเก็บเกี่ยวให้รีบตัดแต่งกิ่งแห้ง กิ่งเป็นโรค กิ่งแขนง ด้านในทรงพุ่มออกโดยเร็ว ทารอยแผลที่ตัดด้วยสารเคมีป้องกันกำจัด เชื้อรา หรือปูนแดงกินกับหมาก

2.กำจัดวัชพืชเก็บทำความสะอาดท้องร่อง สาดเลน  เพื่อเป็นปุ๋ยทางธรรมชาติให้แก่ทุเรียน

3. เมื่อขี้เลนแห้งสนิทแล้วควรใส่ปุ๋ยทันที

– ปุ๋ยคอก  15 – 50  กิโลกรัมต่อต้น ( ประมาณ 3 – 10 ปีบ )

ทุเรียนต้นที่ขาดความสมบูรณ์ต้องการปุ๋ยมากกว่าทุเรียนต้น  ที่มีความสมบูรณ์อยู่แล้ว ทุเรียนต้นที่ให้ผลผลิตไปมาก  ต้องการปุ๋ย  มากกว่าทุเรียนที่ให้ผลผลิตน้อย

4.การกำจัดวัชพืชการป้องกันวัชพืชในสวนนับว่าเป็นสิ่งสำคัญและเป็นปัญหาใหญ่ในการทำสวน โดยเฉพาะทุเรียนซึ่งมีรากหาอาหารอยู่ในระดับผิวดิน  ถ้าปล่อยให้หญ้าขึ้นรกรุงรังนอกจากจะแย่งอาหารและน้ำจากต้นทุเรียนแล้ว  ยังเป็นที่อยู่อาศัยของแมลงศัตรูทุเรียนได้ด้วย  ในกรณีที่ไม่สามารถรักษาสวนทุเรียนให้ปราศจากวัชพืชต่างๆ  ได้    ซึ่งต้องทำการตัดหรือถากถางออกเป็นครั้งคราว  โดยเฉพาะในแปลงที่เป็นที่ดอนอย่างน้อยต้องทำการเก็บวัชพืชปีละไม่น้อยกว่า  3  ครั้ง  คือ  กลางฤดูฝนขณะฝนทิ้งช่วงซึ่งจะอยู่ประมาณเดือนกรกฎาคม  และปลายฤดูฝน  หลังจากหมดฤดูฝนแล้วประมาณเดือนพฤศจิกายน  หรือต้นเดือนธันวาคม  ซึ่งวัชพืชที่ถากถางออกนี้เมื่อแห้งตายก็จะกวาดเข้าคลุมต้นทุเรียนที่ปลูกได้อีก

การป้องกันกำจัดวัชพืชอีกวิธีหนึ่งคือ  การปลูกพืชคลุมหรือพืชแซม  เช่น  กล้วย  หรือพืชคลุมชนิดต่างๆ  พืชเหล่านี้จะช่วยคลุมไม่ให้วัชพืชเจริญงอกงามได้เร็ว  โดยเฉพาะพืชคลุมจะคลุมจนวัชพืชตายหมด  พืชคลุมเหล่านี้จะขึ้นคลุมปิดบังแสงแดดไม่ให้ส่องถึงผิวดินทำให้ดินไม่ร้อนจัดและชุ่มชื้นอยู่เสมอ  การสูญเสียหน้าดินจากน้ำฝนน้อยลง

5. ป้องกันกำจัดโรคแมลง เช่น โรครากเน่าโคนเน่า  เพลี้ยไก่แจ้ ไรแดงและเพลี้ยไฟ  หนอนกินเปลือกต้นทุเรียน เริ่มระบาดในฤดูฝนควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

ระยะที่ 2 ในช่วงปลายฤดูฝน  ช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน

เมื่อฝนทิ้งช่วงเกษตรกรต้องให้ความสนใจในการเข้าดูแลสวนอย่างใกล้ชิด  เพื่อเตรียมพร้อมในการให้ทุเรียนออกดอก   ฤดูฝนผ่านไปทุเรียนมีความสมบูรณ์เต็มทีพร้อมที่จะออกดอกให้ผลผลิตแก่เกษตรกรชาวสวน    การเริ่มต้นฤดูก็เกิดขึ้นสิ่งที่จะต้องทำดังนี้

1.ให้กำจัดวัชพืชใต้ทรงพุ่ม กวาดเศษหญ้า และใบทุเรียน ออกจากโคนต้น เพื่อให้ดินแห้งเร็วขึ้น

2.ให้ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ต้นละ  15-30  กิโลกรัมต่อต้น เพื่อช่วยกระตุ้นในการออกดอก

3.กักน้ำในท้องร่องสวนให้น้อย อยู่ในระดับต่ำและงดการรดน้ำ10-14วันเมื่อสังเกตเห็นใบทุเรียนเริ่ม สลดลงต้องเริ่มรดน้ำทีละน้อยเพื่อกระตุ้นให้ตาดอกเจริญ    อย่าปล่อยให้ขาดน้ำนานจนใบเหลืองใบตกเพราะตาดอกจะไม่เจริญ และระวัง อย่ารดน้ำมากเกินไป เพราะช่อดอกอาจเปลี่ยนเป็นใบได้ วิธีการรดน้ำที่เหมาะสม คือ รดน้ำแบบโชย ๆ แล้วเว้นระยะ สังเกต อาการของใบและดอก เมื่อเห็นดอกระยะไข่ปลามากพอแล้ว ก็เพิ่ม ปริมาณให้มากขึ้นเรื่อย ๆ จนสู่สภาวะปกติ

ระยะที่ 3   การดูแลในช่วงออกดอก ช่วงเดือน มกราคม-กุมภาพันธุ์

1. การควบคุมการรดน้ำ  เมื่อทุเรียนออกดอกในระยะไข่ปลามีปริมาณมากพอแล้ว ก็เริ่มรดน้ำมากขึ้นจนสู่สภาพปกติ   ในระยะก่อนดอกบาน 7-10 วัน(ระยะหัวกำไล) ไป จนถึงดอกบานช่วงดอกบานควรงดการรดและระยะปิ่นให้ลดการรดน้ำลง 2 ใน 3 ของปกติและเริ่มรดน้ำมากขึ้นในระดับปกติได้หลังจากผสมเกสรแล้ว 3 สัปดาห์

2. การตัดแต่งดอก เพื่อให้เหลือดอกทุเรียนไว้ในปริมาณและตำแหน่งที่เหมาะสม  ตัดดอกที่อยู่ตามกิ่งเล็ก ๆ หรือปลายกิ่งทิ้ง ควรตัดแต่งเมื่อดอกทุเรียนอยู่ในระหว่างระยะมะเขือพวง ถึงระยะหัวกำไล     ถ้ามีดอกรุ่นเดียวกันปริมาณมาก ตัดแต่งให้เหลือปริมาณ ดอกพอเหมาะอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ  ถ้ามีดอก 2 รุ่น ปริมาณต่างกัน ให้ตัดรุ่นที่มีปริมาณ ดอกน้อยออก แต่ถ้าปริมาณดอกมีน้อย จำเป็นต้องไว้ดอกต่างรุ่นควรไว้ดอกรุ่นเดียวกัน บนกิ่งเดียวกัน

3. ป้องกันกำจัดโรคแมลง เช่น เพลี้ยไฟ ไรแดง หนอน กัดกินก้านดอก โรคดอกเน่าและโรคดอกแห้ง

ระยะที่  4  การดูแลในช่วงติดผลแล้ว    มีนาคม- เมษายน

1. ตัดแต่งผลครั้งที่ 1 หลังดอกบาน 3-4 สัปดาห์ ตัดแต่งผลที่มีรูปทรง บิดเบี้ยว ผลขนาดเล็กหรือผลต่างรุ่น ผลที่อยู่ใน ตำแหน่งไม่เหมาะสม เช่น ปลายกิ่ง ด้านข้างของ กิ่ง และผลที่ติดเป็นกระจุกใหญ่ ๆ ออกเหลือผล ที่ดีไว้มากกว่าที่ต้องการจริง 50 %ครั้งที่ 2 หลังดอกบาน 6-8

สัปดาห์ ตัดผลที่มีขนาดเล็กกว่า ผลอื่นในรุ่นเดียวกัน ผลบิดเบี้ยว ผลที่มีอาการ หนามแดงครั้งที่ 3 ตัดแต่งครั้งสุดท้ายตัดผลขนาดเล็ก ผลบิดเบี้ยว ผลก้นจีบออก จะเหลือผลที่มีขนาดและรูปทรง สม่ำเสมอ ในปริมาณเท่ากับที่ต้องการจริง เมื่อตัดแต่งผลครั้งสุดท้ายเสร็จ     ควรโยงกิ่งหรือใช้ไม้ไผ่ค้ำ เพื่อป้องกันกิ่ง หักจากน้ำหนักผลที่มากขึ้น ป้องกันผลร่วงในพื้นที่มีลมแรง

2. การใส่ปุ๋ย หลังจากติดผลแล้ว 5-6 สัปดาห์ ให้ใส่ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อเร่งการเจริญของผล  เพื่อเพิ่มคุณภาพเนื้อ   ถ้าต้นทุเรียนขาดความสมบูรณ์ ใบเล็ก ใบซีด ไม่เขียวเข้ม ควรให้ปุ๋ยทางใบเสริมในช่วงสัปดาห์ที่ 5-10 หลังดอกบาน เพื่อช่วยให้ผลทุเรียนเจริญดีขึ้น

3. การควบคุมไม่ให้ทุเรียนแตกใบอ่อนถ้าทุเรียนแตกใบอ่อนในช่วงติดผล ใบอ่อนและผทุเรียน จะแย่งอาหารกันและเกิดผลเสีย  ผลอ่อนร่วง  รูปทรงลูกบิดเบี้ยว  เนื้อคุณภาพ ด้อยเป็นเต่าเผา เนื้อแกน   ถ้าพบว่าทุเรียนจะแตกใบอ่อน โดยสังเกตเห็นเยื่อหุ้มตา เริ่มเจริญหรือเรียกระยะหางปลา

4. การรดน้ำ ดูแลรดน้ำสม่ำเสมอ ตลอดช่วงที่กำลังติดผล

5. จดบันทึกวันดอกบาน ของแต่ละรุ่น แต่ละต้นไว้ พร้อมกับทำเครื่องหมายไว้โดยใช้เชือกสีที่แตกต่างกันในการค้ำกิ่งที่ติดผล      แต่ละรุ่นเพื่อความสะดวกในการเก็บเกี่ยว

6. การป้องกันกำจัดโรคแมลง ตรวจสอบและป้องกันกำจัด โรคผลเน่า หนอนเจาะผล ทุเรียน ไรแดง เพลี้ยไฟ เพลี้ยแป้ง และเพลี้ยหอย

7.การป้องกันหนูหรือกระรอก  เข้าทำลายกัดกินทุเรียน ถ้าสวนมีสัตว์รบกวนควรหาวิธีป้องกันดังนี้

–  ทำความสะอาดเก็บ    สิ่งของที่รกร้างกิ่งไม้รอบสวน  เพื่อไม่ให้เป็นที่อาศัย

ของหนูกระรอก

–  ตัดกิ่งไม้บริเวณรอบต้นทุเรียนของต้นไม้อื่นๆเพื่อตัดเส้นทางหนูได้

– นำสังกะสีแผ่นเรียบกว้าง 30 เซนติเมตร  ยาวตามขนาดของต้นพันรอบโค่นต้นทุเรียน

เป็นการป้องได้เฉพาะหนู

– การป้องอีกวิธีหนึ่งคือการห่อ  ให้ใช้ถุงพลาสติกใส่ขนาด  40×60 เซนติเมตร  ตัดก้น

ถุงและตัดข้างยาว 30 เซนติเมตร  นำมาห่อทุเรียน ควรห่อให้คลุมตั้งแต่กิ่งที่ลูกทุเรียน

นั้นติดอยู่ปล่อยชายถุงให้อากาศถ่ายเท่ได้สะดวก ป้องกันได้ทั้งหนู  กระรอก นก

ระยะที่ 5  การเก็บเกี่ยว  พฤษภาคม  มิถุนายน

เลือกเก็บเกี่ยวเฉพาะผลทุเรียนแก่แล้วเท่านั้น อาจจะวิธีนับวันหรือสังเกตลักษณะตามพันธุ์ก็ได้

1. ควรกำจัดวัชพืช เพื่อเตรียมพื้นที่ให้เก็บเกี่ยวได้สะดวก

2. เก็บเกี่ยวผลที่แก่แล้ว โดยสังเกตจากลักษณะของผลและ นับอายุ

ลักษณะผลเมื่อทุเรียนแก่จะพบการเปลี่ยนแปลงดังนี้

– สีเปลือกจะเปลี่ยนจากเขียวสดเป็นสีน้ำตาลหรือเขียวแกมเทา แต่ผลที่อยู่นอกทรงพุ่มโดนแสงแดดมากจะมีสีน้ำตาลมากกว่าผลที่อยู่ ในทรงพุ่ม

– ก้านผลเข้มขึ้นเป็นสีน้ำตาลคล้ำ สาก ตรงรอยต่อของระหว่าง ก้านผลตอนบนกับก้านผลตอนล่าง (ปลิง) จะบวมใหญ่ เห็นรอยต่อ ชัดเจน

– ปลายหนามแห้งจะไหม้จากปลายนหนามเข้ามามีสีน้ำตาล หนามกางออกร่องหนาค่อน ข้างห่าง

– สังเกตรอยแยกบนพูจะเห็นได้ชัดเจนเป็นเส้นสีเหลือง ยกเว้นพันธุ์ก้านยาว จะเห็นไม่ชัด

– ชิมปลิง ทุเรียนแก่จัด เมื่อตัดขั้วผลหรือปลิงออกจะพบ น้ำใส ๆ ไม่ข้นเหนียว เหมือนทุเรียนอ่อน ชิมดูจะมีรสหวาน

– การเคาะเปลือกหรือกรีดหนาม ผลทุเรียนที่แก่จัดจะมี เสียงดังหลวม ๆ

– ทั้งนี้เมื่อผลทุเรียนในต้นเริ่มแก่สุกและร่วงก็เป็นสัญญาณ เตือนว่าทุเรียนที่เหลือซึ่งเป็นรุ่นเดียวกันเริ่มแก่สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว

การนับอายุ

โดยนับจำนวนวันหลังจากดอกบานจนถึงวันที่ผลแก่ พร้อม ที่จะเก็บเกี่ยวได้ ซึ่งจะแตกต่างกันในแต่ละพันธุ์ เช่น พันธุ์ก้านยาวใช้เวลา 120-135 วันและ พันธุ์หมอนทองใช้เวลา 140-150 วัน

การนับอายุนี้อาจคลาดเคลื่อนได้เล็กน้อย ขึ้นกับอุณหภูมิ ของอากาศ เช่น อากาศร้อนและแห้งแล้ง ทุเรียนจะแก่เร็วขึ้น ฝน ตกชุกความชื้นสูงทุเรียนจะแก่ช้าเพื่อสะดวกในการจำและไม่ผิดพลาดในการตัดทุเรียนอ่อน เกษตรกรควรจดบันทึกวันที่ดอกบาน และทำเครื่องหมายรุ่น ดังนี้

– จดบันทึกวันที่ดอกทุเรียนบานของแต่ละพันธุ์ และแต่ ละรุ่น

– ทำเครื่องหมายรุ่นโดยในขณะที่ค้ำหรือโยงกิ่งด้วยเชือก ควรใช้สี ที่แตกต่างกันใน  การค้ำหรือโยงกิ่งแต่ละรุ่น ทั้งนี้เพื่อสะดวกในการตัดทุเรียน ที่แก่มีคุณภาพดี

วิธีการเก็บเกี่ยว

– ตัดเหนือปลิงของก้านผล ด้วยมีดคมและสะอาดส่งลงมา ให้คนที่รอรับข้างล่าง อย่าให้ผลตกกระทบพื้น วิธีที่นิยมคือใช้เชือกโรย และใช้ตระกร้ารองรับทุเรียน

– ห้ามวางผลทุเรียนบนพื้นดินในสวนโดยตรง เพื่อป้องกันเชื้อรา ที่เป็นสาเหตุของโรคผลเน่าติดไปกับผลทุเรียน

-ควรวางทุเรียนในเข่งหรือภาชนะที่จัดเตรียมไว้

– ทำความสะอาด คัดคุณภาพ คัดขนาดก่อนจำหน่าย

 

ช็อค ! ค่าจ้างเก็บดอก  ทุเรียน  70,000  บาท

เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ เป็นเรื่องที่ทีมงานได้เข้าไปช่วยแก้ปัญหา ที่สวนทุเรียนแห่งหนึ่ง จ.สุราษฏร์ธานี ที่สวนทุเรียนแห่งนี้กำลังเจอคือปัญหา เชื้อราไฟทอปธอรา ไปกัดกินจนทุเรียน ยืนต้นตาย ทางเจ้าของสวนมีความสนใจ ที่จะนำวัคซีนพืช big ไปแก้ปัญหา เชื้อราไฟทอปธอรา เมื่อคุยกันเป็นที่เรียบร้อย จึงตกลงกันว่า จะทำการแบ่งแบ่งการ

ใส่ความเห็น


อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.