เพิ่มเพื่อน
พฤษภาคม 3, 2016 การปลูกผักกาด

การปลูกผักกาด การปลูกผักกาดขาว การปลูกผักกาดขาวปลี

การปลูกผักกาด การปลูกผักกาดขาว  การปลูกผักกาดขาวปลี

การปลูกผักกาด

การปลูกผักกาดขาว  ผักกาด  ผักกาดขาว  ผักกาดขาวปลี  นับเป็นผักที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่งของประเทศไทย   เนื่องจากมีผู้นิยมบริโภคอย่างแพร่หลาย  ส่วนที่ใช้บริโภคคือ  ส่วนของใบ  ซึ่งมีลักษณะเป็นผืนเดียวกันตลอด  มีก้านใบกว้างและแบน  ผักกาดขาว นอกจากจะใช้บริโภคสด  และประกอบอาหารได้หลายอย่างแล้วยังเป็นผักที่นำมาใช้แปรรูปเป็นผักตากแห้ง  และกิมจิ  ตลอดจนเป็นผักที่ใช้ในอุตสาหกรรมรูปอื่นๆ  อีก

การปลูกผักกาดขาว  สำหรับพันธุ์ที่นิยมปลูกในประเทศไทยแบ่งได้  3 พวกใหญ่ๆ ตามลักษณะของปลี

1. ผักกาด พวกปลียาว ปลีมีลักษณะทรงสูง รูปไข่ ได้แก่ พันธุ์มิชิลีหรือผักกาดหางหงส์, ผักกาดโสภณ, ผักกาดขาวปลีฝรั่ง เป็นต้น
2. ผักกาด พวกปลีกลม ปลี  มีลักษณะทรงสั้นและอ้วนกลมกว่าพวกปลียาว  ได้แก่  พันธุ์ซาลาเดีย ไฮบริด, พันธุ์ทรอปิคคอล ไพรด์ ไฮบริด ฯลฯ ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์เบา มีอายุสั้น
3. ผักกาด  พวกปลีหลวมหรือไม่ห่อปลี  ส่วนมากเป็นผักพื้นเมืองของเอเชีย  ผักกาดขาวพวกนี้มักไม่ห่อเป็นปลี สามารถปลูกได้แม้อากาศไม่หนาว  ฝนตกชุก  สำหรับความอร่อยน่ากินและการเก็บรักษาได้นานสู้ผักกาดขาวพวกเข้าปลีไม่ได้  ทำให้ปริมาณในปัจจุบันลดลง  ได้แก่  พันธุ์ผักกาดขาวใหญ่  ( อายุ  45  วัน ) ผักกาดขาวธรรมดา ( อายุ  40 วัน ) เป็นต้น
พันธุ์ผักกาดขาวที่เกษตรกรนิยมใช้ได้แก่  ตราดอกโบตั๋น  ตราช้าง  ตราเครื่องบิน  ตราเครื่องบินพิเศษ  พันธุ์เทียนจินและพันธุ์เทียนจินเบอร์  23  ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ทนร้อนได้ปานกลาง

ผักกาดขาว เป็นผักที่มีอายุปีเดียว  ในประเทศไทยสามารถปลูกได้ตลอดปี  แต่ปลูกได้ผลดีที่สุดอยู่ในช่วงเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์  ขึ้นได้ในดินเกือบทุกชนิด  แต่ชอบดินร่วนที่มีการระบายน้ำดีและมีความอุดมสมบูรณ์สูง  มีความเป็นกรดเป็นด่างๆ  (pH)  ของดินอยู่ในช่วงพอเหมาะประมาณ  6 – 6.8  ต้องการน้ำอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอเพื่อให้มีการเจริญเติบโตอย่างสม่ำเสมอ  และควรได้รับแสงแดดเต็มที่ตลอดวัน  อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง  15 – 22 องศาเซลเซียส

การปลูกผักกาด

การปลูกผักกาดขาว  เตรียมแปลงเพาะกล้า

ทำ  การไถดินบนแปลง แล้วตากดินทิ้งไว้ประมาณ  5 – 7  วัน  หลังจากนั้นหว่านปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวดีแล้วให้มาก  คลุกเคล้าให้เข้ากับดิน  พรวนย่อยดินให้ละเอียดโดยเฉพาะผิวหน้าดิน  ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เมล็ดผักกาดขาวซึ่งมีขนาดเล็กตกในดินลึกเกินไป  เมื่อปลูกโดยวิธีหว่าน  แปลงปลูกทำ  การไถดินหรือขุดดินให้ลึกประมาณ  30  เซนติเมตร  ตากดินทิ้งไว้ประมาณ  7 – 10  วัน  แล้วทำการไถพรวนดินอีกครั้ง ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวดีแล้วพร้อมกับคลุกเคล้าให้เข้ากับดิน ถ้าดินเป็นดินทรายควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักให้มากขึ้น  อัตราการใช้ประมาณ  2  ปี๊บต่อตารางเมตรหรือถ้าใช้มูลเป็ด ไก่ หรือสุกร ให้ลดปริมาณการใส่ลงมาเหลือตารางเมตรละ 1 ปี๊บก็พอ คลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่กรณีที่ดินเป็นดินเปรี้ยวหรือดินเป็นกรดควรใส่ปูนขาวในอัตราประมาณ 40 กิโลกรัมต่อไร่

การปลูกผักกาดขาว  ในประเทศไทยสามารถทำได้  3  แบบ  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพันธุ์ที่นำมาปลูกและสภาพพื้นที่

1. การปลูกผักกาด  แบบหว่านกระจายทั่วแปลง การปลูกแบบนี้ใช้ในกรณีที่ใช้พันธุ์ผสมทั่วๆ ไปมาปลูก เมล็ดพันธุ์มีราคาไม่แพง  และโดยเฉพาะในท้องที่ภาคกลางที่ยกแปลงกว้าง มีร่องน้ำ
2. การปลูกผักกาด แบบแถวเดียว เหมาะสำหรับการปลูกแบบโรยเป็นแถวหรือย้ายกล้า กรณีใช้เมล็ดพันธุ์ลูกผสมที่มีราคาแพง ในท้องที่ที่ปลูกผักแบบไร่
3. การปลูกผักกาด  แบบแถวคู่  เหมาะสำหรับการปลูกแบบหยอดเมล็ดหรือย้ายกล้า กรณีใช้เมล็ดพันธุ์ลูกผสมที่มีราคาแพง เช่น ในเขตท้องที่ภาคเหนือที่นิยมยกแปลงปลูกแคบ
สำหรับระยะปลูกที่เหมาะสมสำหรับปลูกผักกาดขาวในประเทศไทยก็คือ  ระหว่างแถว  50  เซนติเมตร  และระหว่างต้น  50  เซนติเมตร

 

การปลูกผักกาดขาว  สามารถทำได้  2  วิธี

…ด้วยกันคือ การปลูกผักกาดขาว  ลงบนแปลงปลูกโดยตรง  และการปลูกผักกาดขาว  โดยการเพาะกล้าก่อนแล้วย้ายไปปลูกในแปลงปลูก  จะเลือกใช้วิธีใดนั้นขึ้นอยู่กับความสะดวกและความเหมาะสมของปัจจัยของ  เกษตรกรเอง  เช่น  แรงงาน  ลักษณะของแปลง  และจำนวนเมล็ดพันธุ์  เป็นต้น
การปลูกลงบนแปลงปลูกโดยตรง  การปลูกผักกาดขาวด้วยวิธีนี้มี  2  แบบ  คือ
1. การปลูกผักกาดขาว  แบบหวานโดยตรง โดย การหว่านเมล็ดพันธุ์ให้กระจายทั่วทั้งแปลง ซึ่งการปลูกแบบนี้เหมาะสำหรับกรณีที่เมล็ดพันธุ์มีราคาไม่แพง และโดยเฉพาะในท้องที่ภาคกลางที่ยกแปลงกว้าง มีร่องน้ำ การหว่านควรหว่านให้เมล็ดกระจายสม่ำเสมอ โดยทั่วไปนิยมผสมพวกทรายหรือเมล็ดผักที่เสื่อมคุณภาพแล้วที่มีขนาดพอๆ กันลงไปด้วย เพื่อให้เมล็ดพันธุ์กระจายได้สม่ำเสมอยิ่งขึ้น จากนั้นใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักหว่านทับลงไปหนาประมาณ  1/2 – 1 เซนติเมตร เพื่อช่วยรักษาความชื้น เสร็จแล้วจึงคลุมด้วยฟางแห้งสะอาดบางๆ อีกชั้นหนึ่งรดน้ำด้วยบัวฝอยละเอียดให้ทั่วถึงสม่ำเสมอ หลังจากต้นกล้างอกและมีใบจริง 1-2 ใบควรถอนแยกเพื่อจัดระยะปลูกและถอนแยกครั้งสุดท้ายไม่ควรปล่อยให้กล้ามีอายุ เกิน 25-30 วัน โดยจัดระยะปลูกระหว่างต้นและระหว่างแถวประมาณ  50  x  50  เซนติเมตร
2.การปลูกผักกาดขาวแบบปลูกเป็นแถวหรือหยอดเป็นหลุม โดย การหยอดเมล็ดผักกาดขาว ให้เป็นแถวบนแปลงปลูก โดยให้ระยะระหว่างแถวห่างกัน 50 เซนติเมตร  หยอดเมล็ดผักกาดขาว ลึกประมาณ  1/2 – 1  เซนติเมตร  หรือทำเป็นหลุมตื้นๆ  หยอดเมล็ดลงประมาณ  3 – 5  เมล็ด  ใช้ดินกลบให้หนา  1/2  เซนติเมตร  ใช้หญ้าแห้งหรือฟางคลุมบางๆ รดน้ำด้วยบัวฝอยละเอียด เมื่อต้นกล้าเริ่มมีใบจริง 2 ใบให้ ทำการถอนแยกให้เหลือหลุมละ 1 ต้น ให้ได้ระยะต้นในแต่ละแถวเท่ากับ  50  เซนติเมตร  และถอนแยกผักกาดขาว  ครั้งสุดท้ายอายุไม่ควรเกิน  30  วัน

 

การปลูกผักกาด
การปลูกผักกาดขาว

การปลูกผักกาดขาวโดยการเพาะกล้าแล้วย้ายกล้าไปปลูก การปลูกผักกาดขาวด้วยวิธีนี้จะประหยัดเมล็ดพันธุ์ได้มาก โดยเฉพาะถ้าเป็นการปลูกโดยใช้เมล็ดพันธุ์ลูกผสมที่มีราคาแพง
หลังจากเตรียมดินแปลงเพาะกล้าเรียบร้อยแล้ว ให้หว่านเมล็ดผักกาดขาว  ให้ทั่วพื้นผิวแปลง   แล้วใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวดีแล้วหว่านกลบให้หนาประมาณ  1/2  –  1  เซนติเมตร  หรืออาจใช้วิธีหยอดเมล็ดผักกาดขาว  เป็นแถวห่างกันแถวละประมาณ  5 – 10  เซนติเมตร  ลึกลงไปในดินประมาณ  1/2  –  1  เซนติเมตร  เมล็ดควรโรยให้ห่างกันพอสมควร แล้วหว่านกลบด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักหรือดินผสมแล้วรดน้ำด้วยบัวฝอยละเอียด  ให้ทั่วแปลง  คลุมแปลงด้วยหญ้าแห้งหรือฟางสะอาดบางๆ  เพื่อช่วยเก็บรักษาความชื้นในดินและป้องกันการกระแทกของน้ำต่อเมล็ดและต้นผักกาดขาว  กล้าผักกาดขาวที่ยังเล็กอยู่
เนื่องจากกล้าผักกาดขาวค่อนข้างอ่อนแอ  ดังนั้นควรย้ายชำลงถุงพลาสติกหรือกระทงก่อนเมื่อกล้าอายุประมาณ  20 – 25  วัน  จากนั้นหมั่นดูแลรักษาและป้องกันโรคแมลงที่อาจเกิดขึ้น  ก่อนการย้ายกล้าลงปลูกในแปลงควรทำให้กล้าแข็งแรง โดยการนำต้นกล้าออกตากแดดบ้าง อายุกล้าที่เหมาะสมในการย้ายปลูกคือ 30-35 วัน ไม่ควรใช้กล้าที่มีอายุมากเกินไป  การย้ายกล้าผักกาดขาว ไปปลูกควรย้ายในช่วงบ่ายๆ  ถึงเย็น  หรือช่วงที่อาศมืดครึ้ม  นำต้นกล้าผักกาดขาว ปลูกในแปลงปลูกที่เตรียมไว้แล้ว  โดยใช้ระยะห่างระหว่างต้นและระหว่างแถว  50  x  50  เซนติเมตร  หลังจากปลูกเสร็จแล้วใช้ฟางหรือหญ้าแห้งคลุมดินอีกชั้นหนึ่ง  เพื่อช่วยรักษาความชื้นในดินและผักตั้งตัวได้เร็ว แล้วรดน้ำด้วยบัวฝอยละเอียด
การปลูกด้วยวิธีการเพาะกล้าก่อนนำไปปลูกนี้จะทุ่นค่าเมล็ดพันธุ์  ค่าปุ๋ย  และปลูกได้เป็นระเบียบสวยงาม  การดูแลและทำงานได้ปราณีตขึ้นทำให้ได้ผลผลิตดีขึ้น  ทุ่นเวลาและแรงงานที่จะดูแลรักษาในขณะที่ยังเป็นต้นกล้าอยู่  แต่ในเวลาย้ายปลูกจะต้องใช้แรงงานมากในการปลูกให้รวดเร็ว

การปลูกผักกาดขาว การปลูกผักกาด   การปลูกผักกาดขาวปลี การให้น้ำ

ผักกาดขาว  ต้องการน้ำมากและสม่ำเสมอเพื่อใช้ในการเจริญเติบโตตลอดฤดูปลูก  ดังนั้นควรให้น้ำอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอ  โดยในระยะแรกเมื่อผักกำลังงอกควรให้น้ำวันละ  3 – 4  ครั้ง  เพื่อให้หน้าดินอ่อนสะดวกแก่การงอกของเมล็ด  เมื่อผักกาดขาวมีอายุเกิน  7  วันไปแล้ว  ก็ลดลงเหลือให้วันละ  3  ครั้ง  พออายุเกิน  1  เดือนไปแล้วให้น้ำเพียงวันละ  2  ครั้ง  เช้าและเย็น  ไม่ควรให้น้ำในเวลาสายๆ  ที่แดดจัดเพราะน้ำอาจร้อนทำให้ผักกาดขาว  ซึ่งบางเสียหายได้ง่าย  การให้น้ำควรใช้บัวรดน้ำหรือฉีดพ่นเป็นฝอยด้วยเครื่อง  แต่อย่าให้ฉีดแรงนัก  เพราะอาจจะเป็นอันตรายต่อผักได้  การให้น้ำผักกาดขาวระยะที่ควรระวังที่สุดก็คือ  ในช่วงที่ผักกาดขาวกำลังห่อปลีไม่ควรให้ขาดน้ำอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้การห่อปลีและการเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์

การใส่ปุ๋ย  

เนื่องจาก ผักกาดขาวเป็นผักกินใบและเราปลูกแบบปลอดสารจะใชัแต่  ปุ๋ยคอกและ ใช้ นวัตกรรมเพื่อการเกษตร  วัคซีนพืชbig 20 cc ผสมน้ำ  20  ลิตร รดทุก  7  วัน 

การปลูกผักกาดขาว
การปลูกผักกาด

 แทนการใช้ ปุ๋ยเคมี  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดินและปริมาณปุ๋ยคอกที่ใช้ โดยแบ่งใส่เป็น 2 ครั้ง คือ ครั้งแรกใส่เป็นปุ๋ยรองพื้นจำนวนครั้งหนึ่ง โดยใส่ตอนเตรียมดินปลูก และครั้งที่ 2 ใส่เมื่อผักกาดขาวมีอายุ 20 วัน

อายุการเก็บเกี่ยวของผักกาดขาว

นั้น ไม่แน่นอน  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะประจำพันธุ์ของแต่ละพันธุ์คือ  พันธุ์ที่เข้าปลีหลวมๆ  มีอายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 40 – 50  วัน หลังจากหว่านเมล็ด โดยเลือกเก็บเกี่ยวต้นเริ่มแก่เต็มที่ได้ขนาด สำหรับพันธุ์ปลียาวและปลีกลมมีอายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 50-80 วันหลังจากหว่านเมล็ด  โดยเก็บขณะที่ปลีห่อแน่นเต็มที่ก่อนที่ปลีจะเริ่มคลายตัวหลวมออก
วิธีการเก็บเกี่ยวโดยใช้มีดคมๆ ตัดที่โคนต้น แล้วตัดแต่งใบที่เป็นโรคถูกแมลงทำลายออกบ้างพอสมควร  แต่ไม่มากนัก ควรเหลือใบนอกๆ ไว้สัก 2-3 ใบ เพื่อป้องกันการกระทบกระแทกระหว่างการขนส่ง

สำหรับเทคนิคการลดค่าใช้จ่าย…  

วัคซีนพืชbig

ใช้  วัคซีนพืช Big  หรือ  ปุ๋ยหมักชีวภาพแทนการใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง  โดยมีการจัดการระบบน้ำในแปลงให้หมุนเวียนอย่างทั่วถึง  ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ

++ หลักการปลูกผักปลอดสาร   หวานกรอบด้วยวิถีธรรมชาติ ++

1.  ใช้  วัคซีนพืช Big  ไม่ใช้สารเคมีใด ๆ  เช่น  ยาป้องกันรา  ยาฆ่าแมลง  ปุ๋ยเคมี  ในการปลูก

2. ใช้วิธีการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน

3. ใช้ปุ๋ยที่ได้จากธรรมชาติ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก อินทรียวัตถุต่าง ๆ บำรุงดิน

4. ใช้  วัคซีนพืช Big  ปุ๋ยหมักชีวภาพ น้ำสกัดชีวภาพ หรือสารสมุนไพรอย่างสม่ำเสมอ

5. ใช้พันธุ์พืชต้านทานโรค

6. เตรียมดินปลูกให้อุดมสมบูรณ์ จะช่วยให้พืชผักสมบูรณ์แข็งแรงต้านทานโรค ผลผลิตดีและมีคุณภาพ

7. ปลูกผักแบบผสมผสานในแปลงเดียว เพื่อป้องกันการทำลายของหนอนและแมลง

8. ปลูกพืชให้เหมาะสมกับฤดูกาล

ใช้  วัคซีนพืช Big   แทนการใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง  ลดขั้นตอนการทำน้ำหมักสำหรับคนไม่มีเวลา โดยมีการจัดการระบบน้ำในแปลงให้หมุนเวียนอย่างทั่วถึง  ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ….ในส่วนของช่องทางการจัดจำหน่าย  จะมีพ่อค้าคนเข้ามารับซื้อถึงสวน

เน้นการให้  วัคซีนพืช Big  ลดการใช้ปุ๋ยเคมี  เลิกได้ก็ดีครับ  จะได้ไปขึ้นทะเบียนเป็นแปลงผักปลอดสารแล้วจะมาแนะนำอีกทีครับ  โดย  วัคซีนพืช Big  ที่ใช้ให้คะน้า  จะเป็นสูตรเร่ง บำรุง และ เพิ่มความสดกรอบให้แก่คะน้า โดยใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ  ดังรายละเอียดดังนี้

วัคซีนพืช Big มีธาตุอาหารครบถ้วนตามที่พืชต้องการ รวมถึงกรดอะมิโนในรูปอินทรีย์ และคีเลทที่จะค่อยๆ ปลดปล่อยธาตุอาหารให้แก่พืช ลดปัญหาการชะล้างธาตุอาหารออกจากดิน  ปราศจากสารเคมี  100 %

ใส่ความเห็น


อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.