เพิ่มเพื่อน
เมษายน 9, 2016 กล้วยไข่ เชื่อม

กล้วยไข่ ลดรอยเหี่ยวย่น ป้องกันมะเร็ง

กล้วยไข่ ปลูกง่าย ขายง่าย ประโยชน์มากมายมหาศาล

กล้วยไข่กำแพงเพชร
กล้วยไข่กำแพงเพชร

กล้วยไข่เป็นสินค้าขึ้นชื่อของจังหวัดกำแพงเพชร นิยมรับประทานกับกระยาสารท กล้วยไข่ ซึ่ง จ.กำแพงเพชร เป็นแหล่งปลูกที่มีชื่อเสียงของประเทศ และเป็นผลไม้คู่กับเทศกาลสารทไทยด้วย จากงานวิจัยของสำนักโภชนาการ กรมอนามัย พบว่า มีประโยชน์สูง โดยมีวิตามินอี เบต้าแคโรทีน และวิตามีนซี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง หรือทำให้เกิดการอักเสบ การทำลายเนื้อเยื่อ รวมทั้งโรคตาต้อกระจกได้ กล้วยไข่ช่วยลดริ้วรอยกล้วยไข่ เป็นผลไม้ที่นิยมผู้บริโภคกันทั่วไป เนื่องจากมีรสชาติดี ลักษณะการเรียงตัวของผลและสีผลสวยสะดุดตา ปัจจุบันส่งออกจำหน่ายต่างประเทศมากขึ้น ตลาดที่สำคัญ คือ จีน และฮ่องกง

 

กล้วยไข่ ที่ปลูกทั่วไปในประเทศของเรา มีอยู่ 3 สายพันธุ์ คือ

กล้วยไข่ สายพันธุ์กำแพงเพชร และ กล้วยไข่ พระตระบอง
แต่พันธุ์ที่นิยมปลูกเป็นการค้าคือ กล้วยไข่ สายพันธุ์กำแพงเพชร  /กล้วยไข่เกษตรศาสตร์ 2

กล้วยไข่ สายพันธุ์กำแพงเพชร ลักษณะกาบใบเป็นสีน้ำตาลหรือช็อกโกแลต
ร่องก้านใบเปิดและขอบก้านใบขยายออก ใบมีสีเหลืองอ่อน ไม่มีนวล
ก้านเครือมีขนขนาดเล็ก ผิวเปลือกผลบาง ผลเล็ก เนื้อมีสีเหลือง รสชาติหวาน

กล้วยไข่กำแพงเพชร

กล้วยไข่ พระตะบอง ลักษณะกาบใบเป็นสีน้ำตาลปนดำ
สีของใบเข้มกว่าสายพันธุ์กำแพงเพชร รสชาติจะออกหวานอมเปรี้ยว
และผลมีขนาดใหญ่กว่ากล้วยไข่สายพันธุ์กำแพงเพชร ลำต้นสูง 2.5-3.5 เมตร
เส้นผ่านศูนย์กลาง ประมาณ 15 เซนติเมตร กาบลำต้นด้านนอกสีเขียว มีประดำหนา
โดยเฉพาะใต้ขอบใบ ด้านในมีสีเขียวอมเหลือง ก้านใบสีเขียว ร่องใบเปิด
ขอบก้านใบมีสีชมพูเล็กน้อย ผลโตกว่ากล้วยไข่ทั่วไป ก้านผลค่อนข้างสั้น
ผลไม่มีเหลี่ยม ปลายผลมนโค้งขึ้นเล็กน้อย เปลือกค่อนข้างหนา
เนื้อด้านในสีเหลือง รสหวานอมเปรี้ยว มีกลิ่นหอมเล็กน้อย

กล้วยไข่พระตะบอง
กล้วยไข่พระตะบอง

กล้วยไข่เกษตรศาสตร์   กล้วยไข่ชนิดนี้ เกิดจากงานวิจัยและปรับปรุงพันธุ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ด้วยการเอาต้นของกล้วยไข่กำแพงเพชร เป็นกล้วยไข่สายพันธุ์เดียวที่มีในประเทศไทย ไ ปเพาะเนื้อเยื่อที่ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  จากนั้นก็นำต้นที่เพาะเนื้อเยื่อได้ไปปลูกทดสอบที่ จ.นครสวรรค์

 

ปรากฏว่า จากการตรวจสอบทางลักษณะภายนอกของ “กล้วยไข่เกษตรศาสตร์ 2” พบว่า มีความคงที่ของพันธุ์ หรือ  เรียกว่ากลายพันธุ์อย่างถาวร แน่นอนแล้ว  และยังคงมีความเหมือนกับการปลูกทดสอบครั้งแรกที่ จ.นครสวรรค์ ทุกอย่าง  พร้อมตรวจสอบ “ดีเอ็นเอ” ด้วยเทคนิค “SRAP” พบว่า “กล้วยไข่เกษตรศาสตร์ 2” มีความแตกต่างกับกล้วยไข่กำแพงเพชรหลายอย่าง แสดงให้เห็นว่า “กล้วยไข่เกษตรศาสตร์ 2” มีความแตกต่างจากพันธุ์เดิม ทางคณะผู้วิจัยปรับปรุงพันธุ์ จึงได้ทำการจดทะเบียนพันธุ์ที่กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทันที ก่อนที่จะทำการขยายพันธุ์ให้เกษตรกรและบุคคลนำไปปลูกเมื่อไม่นานมานี้

ส่วน ความแตกต่างระหว่าง “กล้วยไข่เกษตรศาสตร์ 2” กับกล้วยไข่พันธุ์ดั้งเดิมคือ กล้วยไข่กำแพงเพชร ได้แก่ “กล้วยไข่เกษตรศาสตร์ 2” จะให้ผลดก การจัดระเบียบของผลในหวีเป็นระเบียบดี ทำให้สะดวกในการเก็บผลผลิตเพื่อบรรจุหีบห่อส่งไปจำหน่าย เนื้อผลสุกแน่น มีรสหวานและมีกลิ่นหอมเล็กน้อย รับประทานอร่อยมาก ที่สำคัญ “กล้วยไข่เกษตรศาสตร์ 2” สามารถเก็บได้นานกว่ากล้วยไข่กำแพงเพชร ที่มักจะมีปัญหาเมื่อบรรจุหีบห่อส่งไปต่างประเทศจะเสียหายได้ง่ายเมื่อถึงจุดหมายปลายทาง และ “กล้วยไข่เกษตรศาสตร์ 2” ยังจัดเวลาปลูกเพื่อให้มีผลผลิตส่งออกได้ตลอดปีด้วย จึงทำให้ “กล้วยไข่เกษตรศาสตร์ 2” กำลังเป็นที่นิยมปลูกแพร่หลายในปัจจุบัน

กล้วยไข่เกษตรศาสตร์3
กล้วยไข่เกษตรศาสตร์2

การปลูกกล้วยไข่ : ใช้ได้กับ กล้วย ทุกสายพันธุ์

กระบวนการผลิตจึงต้องมีการปฏิบัติอย่างถูกต้องและเหมาะสม

แหล่งปลูกที่เหมาะสม: มีดังนี้

1. สภาพพื้นที่

– พื้นที่ดอน หรือพื้นที่ราบ ไม่มีน้ำท่วมขัง

– ความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,200 เมตร

– มีแหล่งน้ำธรรมชาติ หรืออยู่ในเขตชลประทาน

– การคมนาคมสะดวก

หน่อกล้วย

2. ลักษณะดิน

ดินร่วน, ดินร่วนเหนียว หรือดินร่วนปนทราย – มีความอุดมสมบูรณ์สูง ระบายน้ำดี – ระดับน้ำใต้ดินลึกมากกว่า 75 เซนติเมตร – ค่าความเป็นกรดด่างของดินระหว่าง 5.0-7.0

3. สภาพภูมิอากาศ

– อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต ระหว่าง 25-35 องศาเซนเซียส

– ปริมาณน้ำฝนไม่น้อยกว่า 1,200 มิลลิเมตรต่อปี

– ไม่มีลมแรงพัดผ่านเป็นประจำ

– มีแสงแดดจัด

สวนกล้วยไข่สวนกล้วยไข่

4. แหล่งน้ำ

– มีน้ำใช้เพียงพอตลอดฤดูปลูก

– เป็นแหล่งน้ำสะอาด ค่าความเป็นกรดด่างของน้ำระหว่าง 5.0-9.0

 

++ เทคนิคการผลิตกล้วยไข่ ปลอดสารส่งนอก++

ห้ามใช้สารเคมีโดยเด็ดขาด ย้ำนะครับ สารเคมีจะตกค้างอยู่ในดินอีกนาน ไม่สามารถปลูกอะไรส่งออกได้อีกเลย  ในระยะยาวไม่คุ้มเลยครับ  ใช้วิธีธรรมชาติ และ วัคซีนพืชbig ก็พอแล้วครับ เมื่อนำกล้วยไปตรวจ จะไม่พบสารเคมีตกค้างแน่นอนเพราะ วัคซีนพืชbig ผลิตจากธรรมชาติครับ

กล้วยไข่

1. การพูนโคน

โดยการโกยดินเข้าสุมโคนกล้วย  ช่วยลดปัญหาการโค่นล้ม  ของต้นกล้วยเมื่อมีลมแรง  โดยเฉพาะต้นตอที่เกิดขึ้น  ระยะหลังโคนจะลอยขึ้นทำให้กล้วยโค่นล้มลงได้ง่าย

2. การแต่งหน่อ  

เครื่องมือที่ใช้ในการแต่งหน่อ  คือ  มีดยาวปลายขอ  ชาวบ้านเรียกว่า  มีดขอ การแต่งหน่อทุกครั้ง  โดยเฉือนเฉียงตัดขวางลำต้นเอียงทำมุม45 ???? กับลำต้นโดยครั้งแรก  เฉือนให้รอบเฉือนด้านล่างอยู่สูงจากโคนต้นประมาณ  4-5 นิ้ว หลังจากนั้นอีกประมาณ20-30  วัน  จึงเฉือนหน่อครั้งที่2  ให้รอบเฉือนครั้งใหม่อยู่ทิศทางตรงข้าม  กับรอยเฉือนครั้งก่อน และให้รอยเฉือน มุมล่างสุดครั้งใหม่อยู่สูงจากรอยเฉือนมุมบนครั้งก่อน  4 – 5  นิ้ว  ทำการแต่งหน่อเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่า  จะถึงเวลาที่เหมาะสม  ก็จะปล่อยหน่อให้เจริญเติบโตเป็นกล้วยตอต่อไป  หรืออาจขุดหน่อไว้สำหรับ
ปลูกใหม่หรือขายก็ตาม

3. การตัดแต่งและการไว้ใบ

ในช่วงแรกระยะการเจริญเติบโต  ควรไว้จำนวน  12  ใบ  ถ้ามากกว่านี้  จะมีปัญหาทำให้การปฏิบัติดูแลรักษาทำได้ยากลำบาก  โรคแมลงจะมากขึ้นเกิดการ แย่งแสงแดด ลำต้น  จะสูงบอบบางไม่แข็งแรง  เกิดการหักล้มได้ง่าย  ในทางตรงข้ามถ้าจำนวนใบ  มีน้อยเกินไปจะทำให้การเจริญเติบโต  ไม่ดี  ลำต้นไม่สมบูรณ์  ดินสูญเสียความชื้นได้เร็ว  ปัญหาวัชพืชจะมากขึ้นภายหลัง

กล้วยตกเครือ  แล้วควรตัดแต่งใบออก  เหลือไว้เพียงต้นละ  9  ใบ  ก็พอ  ถ้าเหลือใบไว้มากจะทำให้ต้นกล้วยรับน้ำหนักมาก  จะทำให้เกิดการหักล้มได้ง่าย

**ระยะนี้กล้วยมีน้ำหนักเครือมากขึ้น  และถ้าหากตัดแต่งใบออกมากเกินไป เหลือจำนวนใบไว้น้อย  จะทำให้บริเวณคอเครือและผลกล้วยถูกแสงแดดเผา เป็นเหตุให้กล้วยหักพับบริเวณ คอเครือก่อนเก็บเกี่ยว  และผลเสียหายไม่สามารถนำไปขายได้

กล้วย
กล้วย

4. การค้ำเครือ

เมื่อกล้วยตกเครือจะมีน้ำหนักมาก  จึงควรมีการป้องกันลำต้นหักล้ม  ซึ่งกระทำได้โดยการปักหลัก  ผูกยึดติดกับลำต้น

5. การตัดปลี

กล้วยไข่ที่มีการเจริญเติบโตและสมบูรณ์  หลังจากปลูก  7 – 8  เดือน  ก็จะแทงปลีแต่ถ้าการเจริญเติบโต  และความสมบูรณ์ไม่ดี  การแทงปลีก็จะช้าออกไปอีก  ระยะเวลาตั้งแต่เริ่มแทงปลีจนถึงปลีคล้อยตัวลง  มาสุดจะ  ใช้เวลาประมาณ  7  วัน  หลังจากนั้นปลีจะบาน  ระยะเวลาตั้งแต่ปลีเริ่มบานหวีแรกจนสุด หวีสุดท้ายจะใช้เวลาอีกประมาณ  7  วัน  รวมระยะเวลาตั้งแต่ออกปลี  จนสามารถตัดปลีทิ้งประมาณ  15  วัน  ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของต้นกล้วยและช่วงฤดูที่กล้วยตกปลี

ปัญหาที่พบ แก้ได้โดย วัคซีนพืชbig

วิตามินพืชbig วัคซีนพืชbig ปลอดภัยต่อทุกชีวิต เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
วิตามินพืชbig วัคซีนพืชbig ปลอดภัยต่อทุกชีวิต เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

 

 

ใส่ความเห็น


อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.